วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

ข้อคิดดีๆ ในการใช้ชีวิต


1.รู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มค่าให้สมกับที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้เกิดเป็นมนุษย์หรือเปล่า เพราะว่าคนที่ไม่รักษาศีล 5  เท่ากับการเปิดประตูนรกรอไว้ในวันข้างหน้า

2.รู้จักในการให้ทานมากๆ  เพราะการให้ทานก็คือ การให้ตัวเอง เพื่อจะได้รับในวันข้างหน้า ให้อะไรย่อมได้อย่างนั้น และการให้ทานจะทำให้เราร่ำรวยในวันข้างหน้า

3.รู้จักการใช้พรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา กับตัวเราเอง และกับผู้อื่นให้มากๆ  เพราะผู้ใดมีพรหมวิหารสี่ก็เท่ากับเราคือพรหม

4.จงใช้ชีวิตด้วยสติ และรอบคอบอยู่เสมอ คอยสำรวจตรวจตรา ความบกพร่องของจิต ของเราอยู่เสอม เพราะผู้ใดคอยสำรวจอยู่เสมอ ก็เท่ากับเรามีสติในการดำเนินชีวิต ความผิดพลาดก็มีน้อย

5.จงรู้จักความอดทนและอดกลั้นต่อความทุกข์ที่เข้ามากระทบกระแทรกเรา เพราะไม่นาน ความทุกข์ก็จะหายไปเอง เพียงแค่เราทดทน และหมั่นทำความดี ความดีจะคุ้มครองคนทำดี

6. หัดสวดมนต์ไหว้พระบ่อยๆ  เพราะคนที่สวดมนต์บ่อยๆ และทุกๆ วัน โรคที่เราเป็นจะเบาบางลง และถึงกับหายได้ทันที ไม่ต้องไปหาหมอก็หายได้..

7.หัดนั่งสมาธิ ให้ได้ทุกวันใครทำได้ก็เท่ากับเราพร้อมที่จะปิดประตูอบายภูมิ การทำสมาธิมีคุณอนันต์ นอกจากจะทำให้เราพ้นทุกข์ได้แล้ว ยังช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาชีวิตได้ด้วย

8. จงเชื่อมั่นในการทำความดีทุกรูปแบบ แม้ผลแห่งการทำความดีจะมาช้า ถึงมาช้ายังดีกว่าไม่มา จงเชื่อมั่นเสมอว่าความดีที่เราทำจะให้ผลในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน เพราะกฎเขาบอกไว้ว่า เราทำอะไรตอนนี้ผลจะตอบแทนเราเสมอ ไม่เคยผิดพลาดผิดตัว กฎของธรรมชาติย่อมให้ผลได้ตรงตัวเสมอ

9.จงมีความศรัทธาต่อ พระรัตนตรัย จงเชื่อมั่นในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จงเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง นรกมีจริง สวรรค์มีจริง และนิพพานมีจริง  เพราะสิ่งที่กล่าวมาล้วนมีจริง และถ้าใครมีความเห็นต่างจากนี้ นั่นคือความเห็นที่ผิด เพราะถ้าหากคุณไม่เชื่อว่า นรก สวรรค์ นิพพานไม่มีจริง คุณก็จะเริ่มทำผิด เมื่อคนทำผิดมากๆ ผลแห่งบาปก็จะให้ผลคุณไปนรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะความตายไม่เคยปราณีใคร เมื่อถึงเวลาก็ตายกันทุกคน

10.มองทุกอย่างในแง่บวก แล้วชีวิตจะบวก++++  ถ้ามองทุกอย่างในแง่ลบ ทุกอย่างก็จะลบ สิ่งที่ได้กลับมาคือ ความเป็นลบ ฉะนั้นจงมองบวกไว้เสมอ

11.คนทำดี ทำดีได้ง่าย คนทำชั่วทำชั่วได้ง่าย คนดีทำชั่วได้ยาก คนชั่วทำดีได้ยาก

12. หาหนังสือธรรมะมาอ่านบ้าง จะได้เข้าใจเรื่องของชีวิต จะได้รู้ว่าชีวิตเป็นมาอย่างไร แล้วจะได้รู้จุดหมายของชีวิตอย่างแท้จริง ว่าเราต้องการอะไร  เป็นอะไร  ตายแล้วไปไหน...

13.รู้จักปล่อยวางกับเรื่องรอบตัวบ้าง เพราะคนแต่ละคนก็มีกรรมเป็นของตนเอง เราช่วยเขาไม่ได้หากเรายังช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องช่วยตัวเองให้ได้ แล้วค่อยช่วยผู้อื่นอีกที

14.อย่ายึดติด กับของภายนอกร่างกาย หรือแม้แต่ร่างกายของเราเอง เพราะของภายนอกและร่างกายของเรา อีกไม่นานก็เสื่อม ก็สูญ ก็สลาย แตกดับไปทั้งสิ้น

15.อย่ายึดติดกับ คนรัก ลูก สามี พ่อแม่ มากนัก เพราะเราและเขาต่างก็ต้องพลัดพราก และก็ต้องตายจากกันตามกรรมของตนเอง

16.อย่าหวังพึ่งผู้อื่นมากนัก ต้องพึ่งตนเองให้มากๆ เพราะเมื่อถึงเวลาตาย พ่อแม่ สามี ลูก ก็ช่วยเราไม่ได้ แม้สมบัตสักชิ้นก็เอาอะไรไปไม่ได้เลย...นอกจากบุญ และบาป

17.ไม่มีใครเป็นที่พึ่งให้เราได้อย่างถาวร เมื่อตอนตายก็ต่างคนต่างไป เราควรที่จะเตรียมตัวตายไว้ เพื่อรับประกันว่าเราจะไม่ตกนรก

18.ฝึกตนเองให้มีความอดทนต่อทุกเรื่อง เพราะความอดทนเป็นวิสัยของผู้ที่เจริญแล้ว

19.ภพที่เราอยู่นี้สั้นเพียงลัดนิ้วมือเดียว หมั่นสร้างสมความดีให้มากๆ เพราะไม่รู้ว่าเราต้องเกิดอีกกี่ชาติถึงจะถึงฝั่งพระนิพพาน อันเป็นจุดหมาย ที่คนที่มีความเห็นถูก จะต้องไปกันให้ได้

20.อย่ายินดีในกรรม หรือ การกระทำของผู้อื่นที่ไม่ดี เพราะเท่ากับว่าเราเป็นผู้ร่วมสนับสนุนในกระกระทำนั้น ผลแห่งการกระทำนั้นที่เป็นบาปจะให้ผลเราด้วยเหมือนกัน  ฉะนั้นจงยินดีในการกรรม หรือการกระทำดีของผู้อื่น เพราะผลแห่งความดีนั้นเราจะได้รับด้วย....

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

คุณค่าของชีวิต



ถ้าจะพูดถึงคุณค่าของชีวิต อยากให้คุณผู้อ่าน อ่านเรื่องนี้ให้จบ แล้วจะรู้ว่าคุณค่าของชีวิตนั้นเป็นอย่างไร แล้วคุณผู้อ่านจะรู้ว่าชีวิตของเรามีคุณค่าแค่ไหน หากคุณยังไม่รู้ว่าคุณค่าของชีวิตคืออะไรอ่านเรื่องต่อไปนี้เลยแล้วจะรู้ได้เองว่าชีวิตนั้นสำคัญแค่ไหน...

พระพุทธเจ้าพระองค์ท่านได้เล่าให้ฟังว่า  การที่คนเราจะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นั้นแสนยากยิ่งนัก พระองค์ท่านทรงบอกว่าให้เราลองมองไปในทะเลอันแสนกว้างใหญ่ นานๆ แสนนาน จะมีเต่าตาบอด โผล่มาสัก 1 ตัว ลอยคออยู่กลางทะเล และในทะเลก็มีไม้แอกชนิดหนึ่งที่มีรูเดียวอยู่ตรงกลาง  คุณลองคิดเอาเองเถอะว่าเต่าตาบอด จะมองเห็นไม้แอกที่มีรูเดียวนั้นไหม....คงจะยาก กว่าจะมาถึงไม้แอกนั้นก็ตายก่อนพอดี.....ทีนี้พอจะเห็นคุณค่าของชีวิตขึ้นมาบ้างหรือยัง ว่าเรานั้นมีคุณค่าแค่ใหน  การได้เกิดมาแสนยาก แต่การจะได้เกิดเป็นมนุษย์ต่อไปอีกก็แสนยากยิ่งกว่า เพราะเกิดมาแล้วทำบาปก็ลงนรกอีก ถ้าเกิดมาแล้วทำความดี ให้ทาน รักษาศีล ก็ไปสวรรค์

ผู้เขียนก็จะบอกว่าเรานั้นโชคดีขนาดใหน และยินดีด้วยที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เพราะคุณยังมีโอกาสมากกว่า มด ยุง ลิ้น วัว ควาย หมา แมว ที่จะได้สร้างความดี สร้างบุญบารมีให้เกิดกับตนเอง เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารแห่งนี้ และอยากจะบอกว่า ให้คุณลองมองไปรอบตัวดูซิว่าเจอสัตว์ชนิดใดบ้าง ถ้าคุณไม่ตาบอด ก็คงเห็นมดเล็กสักตัวไต่อยู่ตามผนังห้อง  เขาเหล่านั้นก็เคยเกิดเป็นมนุษย์เหมือนเรานี่แหละเพียงแต่เขาทำกรรมไว้ก็เลยได้รับผลกรรมของเขาอยู่ ถ้าคุณไม่อยากเป็นอย่างนั้นก็ให้เริ่มต้นรักษาศีล เพราะคนที่รักษาศีล 5 สามารถปิดอบายภูมิได้.....

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

หน้าที่ของพระภิกษุ



หน้าที่ของพระภิกษุ ก็คือ ทำตนเองให้หลุดพ้นจากอาสวะกิเลส เมื่อตนเองหลุดพ้นจากอาสวะกิเลส กลายเป็นพระอรหันต์ และก็มีหน้าที่ช่วยเหลือหรือเป็นที่พึ่งให้เราซึ่งเป็นปุถุชนที่หนาไปด้วยกิเลส คือ  รัก โลภ โกรธ หลง ลดน้อยลงหรือหมดไปจากใจเช่นกัน....

จากทุกวันนี้จะเห็นว่า พระภิกษุบางรูปทำหน้าที่ของพระภิกษุไม่เหมาะสมกับการได้ถือบวช  ซึ่งพระท่านผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านกล่าวเอาไว้ว่า พระภิกษุที่ไม่ทำตามหน้าที่ของตนถือว่า ซื้อนรกให้ตนเอง พระท่านบอกว่า พระสมัยนี้เตรียมตัวลงนรกเยอะมากว่าไปนิพพาน....

ทีนี้เราเป็นปุถุชนที่ไม่รู้ก็อย่าได้ไปตำหนิท่านเด็จขาด พระว่าท่านทำบาปเอง ท่านก็รับไปเอง พระนี่ถ้าตกนรกนี้ถือว่าตกนานกว่าเราที่เป็นปุถุชนมากนัก พระหลอกลวงชาวบ้าน หากินกับผ้าเหลืองทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย....อันนี้ตกนรกยาวนานมากๆ พระพุทธเจ้ามาตรัส 2-3 องค์ก็ยังไม่พ้น...

แล้วอีกอย่างหากเราไปตำหนิกรรมของผู้อื่น ก็เท่ากับว่าเราเป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย เราก็มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย อย่างเช่น มีพระองค์ท่านเล่าให้ฟังว่า เหตุที่ทำให้พระอริยเจ้าตกเครื่องบินตายพร้อมกัน 5 องค์ ก็เหตุที่เมื่อชาติก่อน 1 ในห้าองค์ เห็นลังนกเข้าก็เลยจะเอาไข่ไปกิน แต่ว่าในรังนกไม่มีไข่ มีลูกนก 3 ตัว  เมื่อรังตกมา ลูกนกก็ตาย พร้อมกัน สามตัว และมีหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นน้องสาวของพระทั้ง 5  ก็มายืนเชียร์ เอาใจช่วยให้รังนกตกลงมา

ผลปรากฏว่า มาชาตินี้ทำให้ท่านทั้ง 5 องค์ ตกเครื่องบิน พร้อมกับคุณหญิงคนหนึ่งพึ่งกลับมาจากทำบุญ (เมื่อชาติก่อนคุณหญิงคนนี้เคยเป็นน้อยสาวของพระ 1 ในห้าองค์ เมื่อชาติที่แล้ว ที่เป็นคนคอยยืนเชียร์ให้รังนกตกมา) ทำให้ตายร่วมกัน นี่แหละคือผลแห่งการ ร่วมยินดีในกรรมของผู้อื่น เราก็จะได้รับเช่นกัน เราจึงควรหันมายินดีในกรรมดี หรือการทำความดีของผู้อื่นดีกว่า เพราะเราก็จะได้รับส่วนนั้นด้วย... 

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

วิธีแก้จน



การที่เราจะแก้จนได้ อยากบอกว่าให้เราเริ่มต้นจากการสำรวจจิตของตัวเราเองเสียก่อน เป็นอันดับแรก ว่าในแต่วันเราจิตของเราคิดเรื่องอะไรบ้าง หากสำรวจแล้วพบว่า จิตอยู่แนวทางลบ มากกว่าบวก เราก็จะได้ปรับแก้ไขจิตที่คิดลบให้มาอยู่ในแนวทางของความคิดบวกให้มากขึ้น เพราะคนเราจะจนจะรวย ก็อยู่ที่ความคิดของเรานี่แหละเป็นใยคอยชักนำอยู่เบื้องหลัง ให้เราทำอะไรลงไปทั้งถูกบ้างผิดบ้าง บางครั้งก็ควบคุมตนเองไม่ได้ เพราะความคิดชักนำเราไป แล้วไอ้เจ้าความคิดนี้ก็มักจะคิด และชักชวนให้เราคิดแต่เรื่องที่เป็นอกุศลทั้งนั้น

เพราะผู้เขียนก็คอยสำรวจจิตตนเองเสอมว่าคิดเรื่องอะไรบ้างในแต่ละวัน สรุปแล้วส่วนใหญ่ก็คิดแต่เรื่องที่ผิดบาป ระแวดระวังปรุงแต่งจิตตนเองให้คิดไปต่างๆ นาๆ  พอลองเข้ามาสำรวจจิตว่าคิดอะไรบ้างแต่วัน เราก็เห็นจิตว่า จิตนี้คอยแต่จะไปคบกับความชั่ว เมื่อเรารู้ทันเราก็หันกลับมาคิดในเรื่องดีที่เป็นกุศล และอีกอย่างเมื่อเรารู้แล้วว่าเราเริ่มปรับจิตเราได้แล้ว ก็หันมารักษาศีบ 5 ให้ครบบริบูรณ์ หมั่นรักษาให้ครบทุกข้อให้ได้ พร้อมกับการให้ทาน และทำสมาธิด้วย

เมื่อทำตามที่บอกคุณก็จะมีวิธีแก้จนได้ด้วยตนเอง บางครั้งทำสมาธิอยู่เฉยก็จะเกิดความรู้ขึ้นมาว่าแก้แบบนี้แล้วจะได้แบบนี้เมื่อเราทำตามผลก็ออกมาได้จริง ฉะนั้นหากเราเริ่มต้น การให้ทาน รักษาศีล ทำสมาธิ ความจนที่ก่อตัวจับเราอยู่ก็จะเริ่มละลายหายไปจากเรา....ไม่เชื่อก็ลองทำตามดู

วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

เรื่องเล่าความดี


นี่เป็นเรื่องเล่าความดี แบบเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นจริง นำมาเล่าสู่กันฟัง
กาลครั้งหนึ่ง มีหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอมาทำงานที่กรุงเทพเป็นเวลาหลายปี เธอก็อยากกลับบ้าน เพื่อไปเยื่ยมเยือนพ่อของเธอที่อยู่ต่างจังหวัด เมื่อเธอมาถึงบ้านนอกคอกนา ที่เธอเคยอาศัยอยู่เมื่อยังเป็นเด็ก เธอก็ได้ก้มลงกราบเท้าพ่อของเธอ เพื่อเป็นการระลึกถึงบุญของพ่อที่ให้กำเนิดเธอมา และก็มีหลานสาวของเธอ วิ่งเข้ามาทักทาย วิ่งเข้ามากอด เธอรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับบ้านมาครั้งนี้

เธอจึงได้ออกไปสำรวจรอบๆ บ้านว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และได้ชวนหลานของเธอเดินเล่นออกไปยังทุ่งนา ด้วยอากาศยามเย็นแสนจะสบาย ลมพัดมาแต่ละทีสดชื่นอย่าบอกใคร เธอและหลาน ได้เดินไปเห็นเด็กชายกลุ่มหนึ่งกำลังจับปลาในหนองเล็กๆ ที่ไม่มีน้ำอยู่มีแต่ขี้โคลน เธอก็เหลือบไปเห็นปลาช่อนขนาดเท่านิ้วก้อย และปูอีกประมาณ 3-4 ตัว เธอจึงขอจากเด็กชายกลุ่มนั้น แต่เด็กชายก็ได้แต่ทำเฉย เธอจึงได้ควักเงินที่ติดกระเป๋ามาแค่ 20 บาท ให้กับเด็กชายกลุ่มนั้น

เด็กชายกลุ่มนั้นก็ยอมขายให้เธอ เธอจึงได้ร้องขอให้เด็กชายหาถุงมาใส่พร้อมกับน้ำ เพื่อไม่ให้ปลาตายเพราะขาดน้ำ เธอจึงเหลือบไปเห็นรถอีแต๋น บนรถมีถังน้ำ เธอจึงขอน้ำเพื่อเอามาใส่ถุงปลาช่อน ที่กำลังหายใจ พงับๆ กำลังจะตาย พอปลาช่อนตัวนั้นได้ไปอยู่ในน้ำที่อยู่ในถุง ก็ชดชื่นขึ้นมาทันที

เธอก็เดินจากไปจากเด็กชายคนนั้น พร้อมปูและปลา เธอจึงคิดว่าจะเอาไปปล่อยที่คลองข้างบ้าน แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะว่า ข้างหน้ามีหนองน้ำอยู่พอที่ปลาจะอยู่ได้ไปถึงหน้าฝนที่กำลังจะมาอีกในไม่กี่เดือน เธอจึงได้ตัดสินใจปล่อยปลาช่อนตัวนั้นลงหนองน้ำนั้นพร้อมกับปูอีก 4 ตัว เป็นอิสระ

หลานสาวก็มองหน้าเธอด้วยความแปลกใจเพราะยังเด็กนักไม่รู้ประสาอะไร เธอก็ได้แต่เพียงยิ้ม และเธอก็คิดว่าเหตุการณ์ในวันนี้ก็คงจะปลูกฝังเข้าไปในจิตสำนึกของหลานสาวเธอบ้างไม่มากก็น้อย  โดยการทำเป็นแบบอย่างให้เธอได้ดู เพื่อให้เธอได้มีเมตตาต่อสัตว์โลก

เหตุการณ์ในวันนั้นยังคงจำในใจเธอเสมอมา และเธอก็อยากให้หลายๆคน ทำเป็นแบบอย่าง หากกำลังเจอใครหรือสัตว์ใดกำลังตกทุกข์ได้ยาก ก็ควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยบ้างตามกำลังของตัวเอง และเหตุการณ์นี้ได้อะไรบ้าง สิ่งแรกเลยก็คือเธอได้ให้ทานกับชีวิตปลาช่อนตัวนั้น และปูอีก 4 ตัว ให้รอดตาย อย่างที่สองเธอได้ช่วยให้เด็กนั้นไม่ต้องทำปานาติบาตร คือฆ่าสัตว์ให้ตาย ส่วนที่สาม เป็นแบบอย่างให้กับหลานของเธอ....นี่แหละเรื่องเล่าความดี

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ระดับของความดี


ระดับของความดีทางโลกและทางธรรมก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ในที่นี้ผู้เขียนจะกล่าวเฉพาะระดับความดีในทางธรรมให้เราพอเข้าใจเป็นบาทฐานในการนำไปดำเนินชีวิตของเราให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป การจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ก็ต้องอาศัยการรักษาศีล 5 ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ทีนี้มาดูระดับของความดีที่ผู้เขียนจะยกมาให้เหตุผลกันว่าทำไมผู้เขียนถึงกล่าวว่าเป็นระดับความดีที่เราควรจะยึดถือ

1.การให้ทาน  การให้สิ่งใดแก่ใครเราย่อมได้อย่างนั้นกลับคืน การให้ทานจะทำให้เราร่ำรวยในชาติหน้า ส่วนชาตินี้ชีวิตของเราก็จะเริ่มดีขึ้นไปเรื่อยๆ

2.การรักษาศีล 5 หวังว่าทุกคนคงรู้จักศีล 5 หากเรารักษาครบเราจะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ชีวิตก็จะดีขึ้น จากจนก็กลายเป็นปานกลาง จากปานกลางก็ร่ำรวย จากรวยก็เป็นมหาเศรษฐี และเมื่อเราไม่รักษาศีล ก็เท่ากับเราเปิดทางของนรกมาเยือนเราทุกเมื่อ  เมื่อเราตายไปก็จะเห็นนรกเป็นที่ไป หากเราถือศีล5 ครบ ก็เท่ากับเราปิดทางของอบายภูมิ

3.กรรมบท 10 ให้มีคู่กับศีล 5 และเมื่อเกิดชาติใหม่ เราจะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไปด้วยรูปทรัพย์ มนุษย์ทรัพย์ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ครบทุกอย่าง เกิดในตระกูลสูง

4.การมีพรหมวิหาร 4   การที่เราจะรักษาศีล 5 ให้ครบทุกข้อไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คนๆ นั้นจะต้องมีพรหมวิหาร 4 คอยควบคุมถึงจะรักษาศีล 5 ให้ครบสมบูรณ์

5. พละ 5  เมื่อเรามีพละ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ย่อมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี....

นี่แหละคือระดับความดี ที่ผู้เขียนเป็นผู้กำหนดเอง และหากใครฝึกมีในตนได้ผู้นั้นก็จะกลายเป็นผู้เจริญทั้งโลกนี้และโลกหน้า....

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

นิยามของความดี



นิยามของความดี สำหรับผู้เขียนแล้ว ก็คือ การทำให้ตนเองพ้นทุกข์ได้ และทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ได้ และนี่แหละคือนิยามของความดีสำหรับผู้เขียน  ถ้าจะพูดไปแล้วนิยามของความดี ก็คงจะไม่พ้นขอบข่าย คุณธรรมห้าประการที่เราทุกคนควรจะยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งขัดนั้นก็คือ การถือศีล 5 นั้นเอง คนสมัยนี้ทอดทิ้งการถือศีล 5 กันไปหมด

การทอดทิ้งการถือศีล จะทำให้ชีวิตมวลรวมของประชากรโลกสั้นลงทุกวัน ทุกวันนี้โลกของเรากำลังขาดแคลนทรัพยากร ทางอาหาร และพลังงานก็เริ่มขาดแคลน ข้าวของ ข้าวปาอาหารก็ราคาแพงเป็นเงาตามตัว จะขยับแต่ละทีก็ลำบาก  การที่เราขาดการรักษาศีล 5 ก็ทำให้เราขาดความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ และเราก็เบียดเบียนธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติถูกเบียดเบียน ผลสะท้อน ผลกระทบก็อยู่กับเราเอง แล้วที่พวกเราต้องเจอปัญหาต่างๆ มากมายก็เพราะว่าเราขาดการถือศีล 5

เมื่อไหร่ที่มนุษย์เราหันมาถือศีล 5 กันทุกคนทรัพยากรธรรมชาติจะผุดขึ้นมาปานดอกเห็ด เมื่อผู้นำที่มีคุณธรรมครองเมืองเมื่อนั้น ธรรมชาติจะเปิดเผยคุมทรัพย์ที่อยู่ใต้ดิน ของประเทศที่ปกครองด้วยธรรมนี้เกิดขึ้นให้คนเราชาวไทยได้เห็น และอยู่ดีมีสุขกันอย่างท้วนหน้า ผู้เขียนก็อยากเชิญชวนให้คุณผู้อ่านถือศีล  5 และเชิญชวนให้คนถือศีล 5 ด้วย เราเริ่มที่ตัวเราก่อนและค่อยๆ ขยายไปเป็นบริเวณกว้างสักวัน ศีลจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป อ่านจบแล้วก็อย่าลืมรณรงค์ให้คนถือศีล 5 กันด้วยนะค่ะ นี่แหละคือนิยามของความดี

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557

พลังแห่งความดี



หากคุณรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง หมดกำลังใจที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า หากเคยทำความดีมาทั้งชีวิต แล้วอยู่ๆ ชีวิตก็มาสะดุด ล้มแบบไม่เป็นท่า แทบจะหมดเนื้อหมดตัวเลยทีเดียว ผู้เขียนขอแนะนำว่าให้เราอดทนทำความดีต่อไป เพราะวันนี้หากคุณยังไม่ได้รับผลดีจากการทำดีมาตอบแทน คุณอย่างพึ่งท้อ มีบางอย่างกำลังทดสอบกำลังใจของคุณอยู่ หากคุณไม่ยอมแพ้ ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ พลังแห่งความดีที่คุณได้สร้างไว้จะช่วยคุณเอง

หากคุณยังไม่ได้รับ คุณจงเชื่อมั่นและมีศรัทธาให้มากๆ ขยันทำต่อไป เพราะพระท่านกล่าวเอาไว้ว่า การทำดี หรือการทำบุญอะไรก็แล้ว มักจะตอบแทนให้เราร่ำรวยในชาติหน้า ส่วนชาตินี้จะทำให้ชีวิตของเราไม่ลำบาก อะไรก็จะดีขึ้นเลื่อยๆ หากคุณเจอปัญหาอะไร ก็จงน้อมรับ และมองมันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นกรรมที่เราเคยสร้างไว้ เป็นผลของกรรมเก่าที่เราเคยสร้างไว้มาให้ผล และจงสร้างสมความดีต่อไป อย่างละทิ้งการทำความดี สักวันพลังแห่งการทำความดีก็จะปรากฏให้คุณเห็นเอง

พระท่านยังเคยบอกเอาไว้ว่า การทำบุญ 1 บาท ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ และตั้งใจบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยความเคารพนับถือ จะได้บุญมาก ทำให้ชาติหน้าของเรากลายเป็นคนร่ำรวยเลยทีเดียว ฉะนั้นอย่ายอมแพ้ พลังแห่งความดีจะมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของเราเอง ไม่ต้องอ้อนวอน ไม่ต้องร้องขอ สิ่งที่เราทำไว้ในวันนี้จะไม่สูญเปล่า จะตอบแทนให้เราเห็นสักวัน เพียงแต่เราต้องรอ และใจเย็นๆ เพื่อจะรอ.....