แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีล5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีล5 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

อานิสงค์ของการรักษาศีล 5


เมื่อบทความที่แล้วได้เขียนเรื่องทำความเข้าใจเรื่องของ "ศีล 5"  และการรักษาศีล 5 ให้ได้ตลอดเวลา ส่วนบทความนี้จะอธิบายอานิสงค์ของการรักษาศีล ผลของการรักษาศีลนั้นมีมาก  ซึ่งจะยังประโยชน์สุขให้แก่ผู้นั้น  ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า  เมื่อได้ละอัตภาพนี้ไปแล้วย่อมส่งผลให้ได้บังเกิดในเทวโลก 6 ชั้น  ซึ่งแล้วแต่ความละเอียดประณีตของศีลที่รักษาและที่บำเพ็ญมา  ครั้นเมื่อสิ้นบุญในเทวโลกแล้ว  ด้วยเศษของบุญที่ยังคงหลงเหลืออยู่แต่เพียงเล็กๆ  น้อยๆ  หากไม่มีอกุศลกรรมอื่นมาให้ผลก็อาจจะน้อมนำให้ได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์ที่ถึงพร้อมด้วยสมบัติ 4 ประการ เช่นอานิสงค์ของการรักษาศีล  กล่าวคือ....

จำที่พระบอกตอนก่อนให้พรตอนท้ายได้ไหมล่ะ
“สีเลนะ สุคติง ยันติ”  การรักษาศีล 5 เป็นปัจจัย และเกื้อหนุนให้เรามีความสุข มีความสุขทั้งชาตินี้ และมีความสุขทั้งชาติหน้า...

“สีเลนนะ โภคสัมปทา” การรักษาศีล 5 ครบในชาตินี้จะทำให้ทรัพย์สมบัติก็ไม่ฝืดเคือง ชาติหน้าเมื่อเราเกิดเป็นมนุษย์ก็จะมีทรัพย์สมบัติมากมายกว่าคนอื่นที่ไม่ถือศีล 5 ที่ครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนเรา

“สีเลนะ นิพพุติง ยันติ”  การรักษาศีล 5 เป็นปัจจัยและเกื้อหนุนให้เข้าถึงนิพพานได้โดยง่ายกว่าผู้อื่นที่ไม่รักษาศีล 5

นี่แหละคืออานิสงส์ของศีล  ท่านว่าไว้อย่างนี้...แต่ชาวบ้าน หรือใครก็แล้วแต่ฟังภาษาบาลีไม่รู้เรื่อง ก็เลยไม่เข้าใจ....และก็ไม่ใส่ใจในการหาความรู้ และก็ไม่รู้จักถาม....ก็เลยทำให้ตนเองกลายเป็นคนเขลาโง่....และบางคนก็กลายเป็นคนมีความเห็นที่ผิด.......ซึ่งก็เรียกว่า ทั้งโง่ทั้งเขลา และยังถูกอวิชา คือ ความไม่รู้เข้าครอบงำจิต....ตายไปก็  ยมบานท่านก็ไม่เรียกปล่อยลงไปนรกทันทีทันใด.....และแยกตามข้อได้ดังนี้

อานิสงค์ของการรักษาศีล  ศีลข้อ ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต 
ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งยุง ลิ้น ไร มด  รวมความสัตว์ที่มีชีวิตทุกชนิด....
หากเรารักษาศีล 5 เมื่อตายก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ตามความละเอียดของจิต...พอหมดบุญจากการเป็นเทวดา หากไม่มีกรรมที่เป็นอกุศลมาขวางให้ลงนรก....ด้วยเศษของบุญที่เรารักษายังเหลืออยู่ เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์จะทำให้มีพลานามัยแข็งแรง สุขภาพแข่งแรง ปราศจากโรคภัย  ไม่ขี้โรค อายุยืนยาว  ไม่มีศัตรูเบียดเบียนให้ต้องบาดเจ็บ  ไม่มีอุบัติเหตุต่างๆ  ที่จะทำให้บาดเจ็บหรือสิ้นอายุขัยก่อนวัยอันสมควร

ศีลข้อนี้ใครรักษาได้ คุณจะไม่เป็นโรคที่แปลกที่รักษาไม่หาย อย่างเช่นโรงเอดส์ คุณจะเป็นที่มีสุขภาพดี โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย จะไม่มาเบียดเบียน คุณจะมีสุขภาพกายและใจดี  ผิวพรรณก็จะผ่องใสตามมา คุณจะไม่ถูกเจ้ากรรมนายเวรคุกคาม  หรือ โจมตี  กรรมเก่าก็หลุดพ้นได้  เรียกได้อวัยะน้อยใหญ่ในร่างกายของเราจะไม่ถูกรบกวน  ตายไปก็สวรรค์....พอหมดบุญมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเป็นคนที่โรคภัยไข้เจ็บไม่เบียดเบียน อยู่อย่างสุขสบาย...ไร้เรื่องโรค....รบกวน  อายุยืน  (อายุยืนแต่มีหนี้นี้สิ ไม่อยากอยู่กันเลยทีเดียว กรรมข้อนี้ไม่ทำ ดันไปทำกรรมข้ออื่น ก็ลำบากตามๆกัน )

อานิสงค์ของการรักษาศีล  ศีลข้อ  ด้วยการไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เจ้าของมิได้เต็มใจให้
เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์....ย่อมทำให้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย  การทำมาหาเลี้ยงชีพในภายหน้ามักจะประสบช่องทางที่ดี  ทำมาค้าขึ้นและมั่งมีทรัพย์ ทรัพย์สมบัติไม่วิบัติหายนะไปด้วยภัยต่างๆ  อย่างเช่น  อัคคีภัย วาตภัย  โจรภัย  สรุปแล้ว ภัยต่างๆ  จะไม่มาก่อกวนคุณ....ทรัพย์สินของคุณจะอยู่กับคุณไม่หนีไปไหน คุณจะกลายเป็นคนมีทรัพย์มากในชาติถัดไป จะเกิดเป็นคนรวย...และทรัพย์จะไม่ละลายไปกับหนี้ ไปกับน้ำ กับลม กับไฟ รวมความแล้วทรัพย์ของคุณจะไม่ถูกคดโกง จะไม่หายหน้าหนี้คุณไป....คุณจะอยู่สุขสบายกว่าใคร...เงินก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น.....

อานิสงค์ของการรักษาศีล  ศีลข้อ ห้ามผิดลูกผิดเมียผู้อื่น แม้แต่คนในปกครองด้วย 
ก็หมายความว่า  ลูกของใคร เมียใคร สามีใคร ทาสของใคร หากเราล่วงละเมิด หรือ ไปได้เสียก่อนได้รับอนุญาต ก็อยู่ในขอบข่ายข้อนี้ทั้งหมด  รวมความแล้ว คนไทยสมัยนี้ผิดศีลข้อนี้กันระนาว  ยิ่งเด็กนักเรียนสมัยนี้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เข้าข่ายข้อนี้หมดเลย....

ด้วยการรักษาศีลข้อนี้  เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์  ก็จะประสบโชคดีในด้านความรัก  มักได้พบรักแท้ที่จริงจังและจริงใจเสมอ  ไม่ต้องกลัวเรื่องต้องอกหัก  และอกเดาะ  เมื่อมีลูกมีเต้ามีหลานมีเลน มีบริวาร  ก็ว่านอนสอนง่าย  ไม่ดื้อด้าน  ไม่ถูกผู้อื่นหลอกลวงฉุดคร่าอนาจารไปทำให้เสียหาย  ลูกย่อมเป็นอภิชาตบุตร  ซึ่งจะนำเกียรติยศชื่อเสียงมาสู่วงค์ตระกูลผู้ที่ถือศีลข้อนี้

อานิสงค์ของการรักษาศีล  ศีลข้อ ด้วยการไม่กล่าวมุสา 
ชอบพูดโกหก ชอบหลองลวงคนอื่น กล่าวตำหนิติเตียนผู้อื่น ด่า ให้ร้าย ป้ายสีผู้อื่น ยุให้เขาแตกแยกัน  รวมความว่า พูดอะไรออกมาแล้วทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือเคือง นี้ก็อยู่ในข่ายนี้ เพราะฉะนั้นเขาถึงให้สำรวม กาย วาจา ใจ ไม่ให้เราไปพูดกระทบเบียดเบียนเขาทางวาจา

ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้  เมื่อได้มาเกิดเป็นมนุษย์  จะทำให้เป็นผู้ที่มีสุ่มเสียงไพเราะมาก  พูดจามีน้ำมีนวยชวนฟัง  มีเหตุมีผล  ชนิดที่เป็น  “พุทธวาจา”  มีโวหารปฏิภาณไหวพริบในการเจรจาต่อรอง  จะเจรจาว่าความสิ่งใดก็มีผู้เชื่อฟังและเชื่อถือ  สามารถว่ากล่าวสั่งสอนบุตรธิดาและศิษย์ให้อยู่ในโอวาทได้ดี

อานิสงค์ของการรักษาศีล  ศีลข้อ 5  ด้วยการไม่ดื่มสุราเมรัย  เครื่องหมักดองของมึนเมา
ในสมัยนี้ ก็คงเป็นยาบ้า สิ่งเสพติดทุกชนิด....ด้วยผลบุญที่เรารักษาศีลข้อนี้  เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์  ย่อมทำให้เป็นผู้ที่มีสมอง  ประสาท  ปัญญา  ความคิดแจ่มใส  จะศึกษาเล่าเรียนสิ่งใดก็แตกฉาน  และทรงจำได้ง่ายไม่หลงลืมฟั่นเฟือนเลอะเลือน  ไม่เสียสติ  วิกลจริต  ไม่เป็นโรคสมอง โรคประสาท  ไม่ปัญญาทราม  ปัญญาอ่อน หรือปัญญานิ่ม.......รวมทั้งหมดนี้ก็คืออานิสงค์ของการรักษาศีล  มาดูโทษของศีล 5 กันบ้าง

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

การรักษาศีล 5 ให้ได้ตลอดเวลา


เมื่อบทความก่อนได้เขียนบทความ การทำความเข้าเรื่องศีล 5 ส่วนบทความนี้ก็จะอธิบาย การรักษาศีล 5 ให้ได้ตลอดเวลา และ วิธีการตรวจทานศีล 5 ทุกวัน สำหรับผู้ที่เริ่มต้นรักษาศีล  ย่อมเป็นเรื่องปกติ  ที่ไม่สามารถรักษาศีล 5 ได้โดยไม่ขาด (ไม่ผิดศีลเลย)  มีเทคนิคในการรักษาศีล 5 ให้ได้ตลอดเวลา และพอที่จะทำให้เราถือศีลได้อย่างเคร่งคัดมากขึ้น  นั่นก็คือ การตรวจทานศีลทุกวัน เช่น  เมื่อทบทวนแล้วก็ให้ต่อศีล  เพื่อที่เราจะได้ตั้งใจถือศีล  5 ต่อไป โดยปฏิบัติตามขั้นตอน  ดังนี้

ขั้นตอนที่  กราบพระ 3 ครั้ง (หากกราบพระไม่ถูกว่าไม่รู้ว่าจะกราบยังไงให้ไปดูบทความเรื่อง วิธีระลึกนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า  พระธรรม พระสงฆ์)

ขั้นตอนที่ ขอขมาพระรัตนตรัย (วันทามิ  พุทธัง) เพราะว่าเราไม่รู้ว่าปรามาสพระไว้หรือเปล่า หรือทำโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ต้องขอมาพระไว้ก่อน

ขั้นตอนที่ 3 บูชาพระรัตนตรัย (อะระหัง สัมมาฯ)

ขั้นตอนที่ นมัสการพระพุทธเจ้า (นะโม 3 จบ)

ขั้นตอนที่ 5 สำรวจศีล  ข้อใดขาดตกพกพร่อง ก็ให้ต่อศีลโดยกล่าวเฉพระศีลข้อที่ขาด (เช่น มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ)

ขั้นตอนที่ 6 สรุปศีล 5 (อิมานิ ปัญจะ สิขาปะทานิ สะมาทิยามิ 3 รอบ)

ขั้นตอนที่ อธิษฐานรักษาศีล 5 (ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานว่า ข้าพเจ้าจะรักษาศีล ให้บริสุทธิ์ดังเดิม)

ขั้นตอนที่ กราบ 3 ครั้ง

การที่เราทบทวนศีลทุกวันจะช่วยย้ำเตือนเราอยู่เสมอว่าวันนี้เราทำศีลข้อไหนขาดไป  หากเราสำรวจตัวเองอย่างตั้งใจและทำสม่ำเสมอ  เราจะเริ่มระลึกได้  (มีสติ)  เวลาที่เรากำลังจะทำศีลขาด ว่าเมื่อคืนเราต่อศีลข้อนี้ไป  ตอนนี้กำลังจะทำศีลข้อนี้ขาดอีกแล้ว  ซึ่งการเริ่มระลึกได้ (มีสติ)  จะช่วยให้เราทำศีลขาดน้อยลงเรื่อยๆ......

บางคนยังไม่เข้าใจคำว่าระลึกได้  หรือ ไอ้คำว่า “มีสติ” มันมีสติอย่างไร....ผู้เขียนขออธิบายแบบคร่าวๆ ดังนี้.....ก็หมายถึงว่า  เรื่องที่ผ่านมาแล้วทำให้เรานึกถึงอยู่เสมอ  อย่างเช่น  บางคนชอบนึกถึงตอนที่เราอกหักครั้งแรกเป็นประจำ  หรือ  นึกถึงแฟนคนแรก , นึกถึงการขโมยหนังสือ,นึกถึงการขโมยข้อสอบ, นึกถึงการแอบรักเอาข้อสอบเข้าห้องสอบ เป็นต้น  จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ผ่านมาแล้วเราก็ยังตามนึกถึงอยู่เสมอ.....ซึ่งส่วนใหญ่เรานึกถึง หรือ ระลึกถึงแต่เรื่องที่เป็นอกุศลเสียส่วนใหญ่......แต่ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องทำทุกวันก็คือ  ให้นำศีล 5 มาระลึกนึกถึงอยู่ประจำ....ให้เรามีความเคยชิน  เมื่อเราชินบ่อยๆ หรือทำบ่อยๆ   ก็จะกลายเป็นปกติของเรา  เราก็จะรักษาศีล 5 ได้ตลอดเวลา หรือ รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ได้ทุกเวลา  โดยไม่ขาดศีล 5....

ส่วนวันไหนที่เราทบทวนศีลก่อนนอนแล้วพบว่าไม่ได้ทำศีลขาด  เราจะทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วข้ามขั้นตอนที่ 6  หรือเราจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้  เพราะถือว่าเราอยู่ในสถานภาพที่มีศีล อยู่แล้ว  (จึงไม่จำเป็นต้องต่อศีล)

หลังจากที่เราเริ่มทำศีลขาดน้อยลง  ก็ให้เพิ่มความเข้มข้นของการถือศีล 5 นั่นก็คือ  เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกตัวว่าไม่ได้ทำศีลขาดไปแล้ว  ก็ให้ต่อศีล ตอนนั้นเลย (ไม่ต้องรอให้ถึงก่อนนอน)  หากเราสะดวกก็ต่อศีลเต็มรูปแบบ  หากไม่สะดวกก็ต่อศีลในใจ  (นะโม จบ  และกล่าวศีลข้อที่ขาด สรุปศีล 5  -อธิษฐานรักษาศีล)

การทำแบบนี้จะทำให้เรารักษาศีลได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถรักษาศีล 5 ได้เป็นปกติทุกวันทุกเวลา  แล้วในที่สุดเราก็จะกลายเป็นคนมีศีลเป็นปกติ  และได้บุญจากการถือศีล ตลอด 24 ชั่วโมง  เมื่อเราทำความเข้าใจเรื่องศีล 5 ได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็ให้มาต่อด้วย  อานิสงค์ของการรักษาศีล  และโทษของศีล