ชีวิตหลังแต่งงานบางคนก็อาจมีชีวิตที่ราบรื่น
บางคนก็ต้องระทบทุกข์ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง สิ่งที่ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า
หากคุณเลือกที่จะแต่งงานมีชีวิตคู่
ก็เหมือนเราเพิ่มห่วงมาอีกห่วงให้ต้องต้องคล้องคอเอาไว้ ผูกเราไว้
ยึดติดเราไว้ไม่ให้เราออกไปไหนได้ง่ายๆ หากคุณมีลูกอีก ก็ต้องแบกห่วงสองห่วง
และแบกทุกข์สองทุกข์ไว้กับตัวเราเอง
ชีวิตหลังแต่งงานไม่ได้ราบรื่นเหมือนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาคิดกัน การรักกันมันง่าน
แต่การจะครองคู่กันไปจนแก่เฒ่านั้นอยากยิ่งกว่า
เพราะในระหว่างที่เราเดินก้าวไปข้างหน้า ต้องมีอุปสรรคมากมายมาให้เราเดินข้าม
มีทั้งสุขและทุกข์ประปนกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้ามองทางธรรมแล้วมีแต่ความทุกข์ล้วนๆ
หาได้มีความสุขอย่างที่เราๆ หลายๆ คนคิดกัน
การจะปลีกตัวออกไปปฏิบัติธรรม หรือ การจะทำอะไรที่เป็นส่วนตัวแทบจะไม่มี
หากคุณได้คู่ที่เขาไม่เห็นด้วยในเรื่องการปฏิบัติธรรมแล้ว เขาจะขวางคุณไม่ให้คุณได้สร้างบารมี
สะสมบุญ
เพราะฉะนั้น คุณจงคิดให้หนักว่า ชีวิตหลังแต่งงานมันไม่ได้ง่ายๆ เลย ช่วงแรกๆของการแต่งงานก็เป็นช่วงที่ชื่นบาน
แต่พออยู่ร่วมกันไปนาน จากที่โบราณท่านบอกไว้ว่า น้ำผักต้มที่ว่าคมยังว่าหวาน
พอนานไปน้ำผักต้มที่หวานกับว่าคม ความกระทบกระทั่งกันย่อมมี หากแต่ถ้าเราไม่มีธรรมะในการครองชีวิตแล้วไซร้รับรองเลยว่า
ต้องเลิกกันอย่างแน่นอน เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคแห่งความอดทน ใครอดทนไม่ได้ก็ต้องเลิกรากัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
มาคุณกัน