วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

พลังของการขอบคุณ

การสำนึกรู้คุณ
ภาพกราบไหว้
พลังของการขอบคุณเป็นอะไรที่ลึกซึ้งและมีผลกระทบมากมายต่อชีวิตเรา  เรายอมขอบคุณใครต่อใครที่ทำอะไรดีๆ ให้ แต่ลืมไปว่า ในโลกของควอนตัม ตัวเราเองกับคนอื่นก็คือกลุ่มพลังงานที่ประกอบด้วยจิตใต้สำนึกหรือวิญญาณรวมเป็นสิ่งเดียวกัน โดยมีสติปัญญาที่ไร้ขอบเขตล้อมรอยอยู่ และจิตใต้สำนึกหรือวิญญาณนี้แหละคือพลังงานแห่งชีวิตที่แท้จริง ความเป็นตัวตนของเราคือสิ่งนี้ ที่จะชี้นำให้เราพัฒนาเติบโตไปอย่างไม่สิ้นสุด แต่เราไม่เคยสำนึกคุณและไม่เคยกล่าวคำของคุณต่อสิ่งนี้เลย และเราลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า เพราะจิตใต้สำนึกนี่แหละที่ทำให้เราเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ นี่อาจจะเข้าใจอยากอยู่สักหน่อยสำหรบคนที่เพิ่งศึกษาเรื่องนี้  แต่การขอบคุณตัวเอง และความรู้สึกภูมิใจในตัวเองตลอดเวลาเป็นเรืองจำเป็น นอกจากนี้ เราต้องเรียนรู้ที่จะขอบคุณทุกๆ สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า กระเป๋าสตางค์เตียงนอน หนังสือ อากาศ แสงแดด รถยนต์ บ้าน และทุกๆ สิ่ง เพราะที่กล่าวมาล้วนเป็นกลุ่มพลังงานที่ประกอยขึ้นจากอะตอมที่โปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน และควาร์ก เช่นเดียวกันกับตัวเรานี้ พูดสั้นๆ ก็คือ ทุกๆ สิ่ง รอบๆ ตัวเรา เป็นชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ในโลกของควอนตัมไม่มีอะไรที่ไม่มีชีวิต แม้จะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ใดๆ ก็สามารถรับรู้และสื่อสารกับเราได้ หากคุณไม่เชื่อ ก็ทดลองดารถยนต์ ตำหนิคอมพิวเตอร์ หรือบ่อเกี่ยวกับของใช้อะไรสักอย่างที่อยู่ใกล้ๆ บ่อยๆ ดูแล้วคุณจะขนลุกเพราะจะมีเหตุการณ์บางอย่างจากสิ่งนั้นที่ทำให้คุณติดขัด ไม่สะดวก หรือทำให้คุณหัวเสียขึ้นมา


 การขอบคุณ ทุกๆ สิ่งรอบตัวตลอดเวลากลายเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้เราสามรถอยู่ร่วมกับพลังงานทุกๆ รูปแบบ ทำให้เราไม่หยิ่งยโส แล้วจิตใต้สำนึกของเราจะสร้างคลื่นสั่นสะเทือนในระดับความถี่ที่ชัดเจนเพื่อดึงดูดความมั่งคั่ง โชคลาภ และความสำเร็จมาให้ตามที่ต้องการ โดยที่เราคาดไม่ถึงทีเดียว


  คนที่ไม่รู้จักขอบคุณพระพุทธเจ้า เขาจะได้รับเพียงแค่ครั้งเดียวหลังจากนั้นเขาก็จะถูกตัดขาดจากพระเจ้า เพราะเท่ากับเขาไม่ยอมรับว่ามีพลังอำนาจในระดับที่สูงขึ้นไปอีก แล้วพระเจ้าก็จะไม่ยอมรับเขา


  การของคุณทำให้จิตใจเราสามารถเข้าถึงมิติที่สูงขึ้นไปเพราะวัตถุทุกๆ ชนิดและความมั่งคั่ง ล้วนมาจากมิติที่สูงขึ้นไป เมื่อได้รับสิ่งใดแล้วขอบคุณ จะทำให้เราได้รับเพิ่มมากขึ้นและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ


  หากขอบคุณบ่อยๆ ด้วยความรู้สึกทีแท้จริง และทำอย่างต่อเนื่อง พลังงานที่ไร้รูปร่างก็จะเกิดเป็นตัวตนขึ้นอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเช่นกัน แล้วสิ่งที่ต้องการจะมุ่งหน้ามาหาคุณ

การขอบคุณบ่อยๆ จะทำให้การทำงานของพลังควอนตัมในตัวคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องการจะสัมฤทธิ์ผลเร็วขึ้น แม้ว่าขณะที่ วอตเลส ย้ำ เขายังไม่รู้จักพลังงานในระดับควอนตัมก็ตาม


  เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณปล่อยให้ความหงุดหงิดไม่พอใจเกิดขึ้นกับอารมณ์ของคุณ จะทำให้คุณขาดการติดต่อกับมิติที่สูงขึ้น


อารมณ์ไม่ดี เป็นบ่อเกิดของกระแสพลังงานที่ไม่ดี จะสร้างความถี่ที่รุนแรงขัดแย้งกับความถี่ของจักรวาลแห่งนี้ ซึ่งเราเรียนรู้มาแล้วในตอนต้นว่าความถี่ระดับใดเป็นความถี่ของจักรวาลและสภาวะจิตอย่างไรจึงจะสร้างความถี่ที่กลมกลืนกับได้


  การที่คุณปล่อยให้จิตใจหมกมุ่นอยู่กับสิ่งไม่มีคุณค่า ตัวคุณจะดึงดูดสิ่งที่ไร้ค่าเข้ามา แล้วจะถูกแวดล้อมไปด้วยบุคคลและสิ่งของที่ไร้ค่า ตรงกับข้าม หากคุณทำให้จิตใจให้จดจ่ออยู่กับสิ่งดีๆ คุณก็จะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาอย่างเหลือเฟือเช่นเดียวกัน


วอตเลส ให้ความสำคัญกับการจดจ่อของจิตใจ นั่นคือสิ่งที่หลายคนนำไปใช้เป็นคำพูดว่า เราจะเป็นเหมือนสิ่งที่เราคิดซึ่งเป็นเรื่องจริงที่สุด อะไรที่จิตใจคุณจดจ่ออยู่ตลอดเวลา พลังงานในตัวคุณก็จะชักนำคุณไปหาเรื่องราวประเภทนั้น จึงขอแนะนำให้คิดแต่เฉพาะสิ่งที่ต้องการตลอดเวลาเท่านั้น


  พลังสร้างสรรค์ในตัวเรา สามารถสร้างทุกๆ ความคิดให้เป็นรูปธรรมขึ้นจนเป็นรูปร่างจับต้องได้ แต่ต้องคิดให้เป็นภาพเสียก่อนเราต้องคิดเข้าไปในรายละเอียดของวัตถุที่เราต้องการ ได้กลิ่นมัน รู้สึกถึงมันได้ แล้วทุกอย่างจะกลายเป็นความจริง


  จิตใจที่เต็มไปด้วยความสำนึกขอบคุณ จะเป็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่ เป็นจิตใจที่แข็งแกร่ง จะมุ่งค้นหาในสิ่งที่ดีที่สุด จะดึงดูดสิ่งที่ดีที่สุดและจะสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้เป็นรูปร่างขึ้น


  คนที่ไม่มีจิตสำนึกแห่งการขอบคุณ จะคงศรัทธาไว้ได้ไม่นาน เมื่อศรัทธาไม่แข็งแกร่ง ก็ไม่มีโอกาสร่ำรวย


หากเป้าหมายของคุณคือความมั่งคั่งร่ำรวย คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ หาไม่แล้วคุณก็จะไม่ร่ำรวย วิธีสร้างศรัทธานอกจากการมีความเชื่อที่แข็งแกร่งที่เราพูดกันมาแล้ว คุณยังต้องรู้สึกสำนึกคุณในสิ่งที่กำลังทำและผลลัพธ์ของมันตลอดเวลา


  จงปลูกฝังนิสัยขอบคุณกับทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ สังเกตหรือไม่  คุณได้รับสิ่งดีๆ มากมายจากจักรวาลมาล่วงหน้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด น้ำ อากาศ ป่าไม้ ภูเขา ทะเล แม่น้ำ ดิน หิน ก้อนกรวด เสื้อผ้า สติปัญญา และอื่นๆ อีกสารพัด สิ่งเหล่านี้คุณสร้างขึ้นมาเองหรือ คุณขอบคุณทุกๆ วันแล้วหรือยัง ถ้ายัง ทำไมถึงไม่ล่ะ ฝึกการขอบคุณสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา แล้วสิ่งดีๆ อื่นๆ ก็จะตามมา


  คนที่ไม่รู้จักขอบคุณสิ่งแวดล้อม คือคนที่ไม่รู้สึกประทับใจ ในความงดงามของสรรพสิ่ง เขาผู้นั้นคือคนที่มีแต่ความสับสน จิตใจมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีศรัทธา จะส่งผลให้สิ่งที่เขาต้องการไม่มีความชัดเจน


สำหรับคนที่มองโลกในแง่ดีแล้ว ไม่ว่าคนหรือสิ่งของที่เขาพบเจอจะมีรูปร่างแบบไหน คนจิตใจดีงามเหล่านี้ก็จะค้นหาสิ่งดีๆ จนเจอ แต่คนที่มีอารมณ์หยาบหรือสนใจแต่เรื่องภายนอกแบบฉาบฉวย พวกนี้จะวิพากษ์วิจารณ์หรือมองข้ามไปทันที แต่ผมรู้ว่าคนที่กำลังศึกษาศาสตร์แห่งความร่ำรวยจะใช้ความระมัดระวังกับอารมณ์เหล่านี้ เพราะรู้ว่ามันมีความสำคัญต่อความฝันของเรา


  ปกติแล้ว  จิตใจมนุษย์มักอยู่ในอารมณ์เฉื่อยแฉะไปเรื่อยๆ หากต้องการความร่ำรวย ต้องระบุให้ชัดเจนถึงจำนวนเงินที่ต้องการ ต้องรู้สึกอย่างรุนแรง แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง เหตุที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะต้องการปลุกจิตใจให้ตื่นมาทำงาน


  อย่าเพียงแต่จินตนาการมองเห็นภาพธรรมดาๆ นั่นเป็นการเพ้อฝันที่ไร้ประโยชน์ แต่คุณต้องรู้สึกว่าสิ่งที่คุณต้องการมาอยู่รอบๆ ตัวคุณแล้ว คิดและรู้สึกว่าคุณได้ครอบครอง ได้ใช้ หรือสัมผัสมันแล้ว นำภาพความจริงนั้นมาอยู่รอบๆ ตัวคุณตลอดเวลา


  เมื่อคุณมีภาพแห่งเป้าหมายชัดเจน มีศรัทธาที่เข้มข้นและต่อเนื่อง ความร่ำรวยก็จะมาถึงคุณเร็วขึ้น


  ห้ามพูดถึงและห้ามคิดถึงสถานการณ์ทางการเงินที่เลวร้ายในอดีตของคุณ ขจัดมันทิ้งไปจากความคิด จดจ่ออยู่กับความร่ำรวยที่คุณต้องการเท่านั้น อย่าพูดถึงพ่อแม่หรือบรรพบุรุษว่ายากจนอย่างไรห้ามพูดและคิดถึงสภาพชีวิตที่แร้นแค้นในอดีต ป้องกันความคิดเหล่านี้มีให้เกิดขึ้น แล้วคุณจะร่ำรวย


  คิดในวิธีที่ต่างออกไป แล้วความร่ำรวยจะมาสู่คุณ  แต่อย่าอาศัยความคิดเพียงอย่างเดียว คุณต้องลงมือทำบางสิ่งบางอย่าง การลงมือทำ เป็นเครื่องเสริมกำลังความคิดคุณให้เป็นรูปร่างเร็วขึ้น คุณจึงต้องลงมือทำ ต้องเคลื่อนไหว อย่าหยุดนิ่ง


  ระมัดระวังคำพูดเกี่ยวกับความผิดหวังหรือล้มเหลว อย่าพูดถึงมันเด็ดขาด อย่าพูดอะไรออกมาที่เป็นการทำลายกำลังใจตัวเอง และอย่าไปฟังคนอื่นด้วย หลีกเลี่ยงคนแบบนั้นให้ห่างๆ


คำพูดมีความสำคัญต่อความมั่งคั่งและความสำเร็จทุกๆ เรื่อง การที่เราพูดถึงสิ่งไม่ดีหรือพูดถึงความล้มเหลวเป็นการทำลายพลังงานในตัวให้อ่อนกำลังลง และแม้แต่เพียงได้ยิน ถ้อยคำแบบนี้จากคนอื่นก็ส่งผลแบบเดียวกัน นั่นคือเหตุผลที่คุณต้องอยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ดีและคอยให้กำลังใจคุณตลอดเวลา เพราะเท่ากับจะช่วยเสริมพลังในตัวคุณอีกแรงหนึ่ง เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว จงหนีให้ไกลๆ จากคนที่ขาดพลังในตัวเอง คนที่เอาแต่บ่น หรือคอยแต่พูดให้เสียกำลังใจ เพราะนั่นคือคนที่ไม่มีคุณภาพต่อชีวิตเราเลย

หลังจากที่ฉันได้อ่านและได้นำมาทดลองใช้กับตัวเอง ก็มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อฉันกล่าวคำว่าของคุณ ฉันรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างอยู่รอบตัวฉัน บางทีฉันถึงกับขนลุก เมื่อตื่นยามเช้าขณะที่ฉันนั้นง่วงนอนแค่ฉันกล่าวคำว่าขอบคุณออกไปความง่วงจะหายไป เหมือนมีบางอย่างเติมพลังให้ฉันอาการง่วงก็จะหายเป็นไปเลย ทำให้ฉันสดชื่นกระปรี่ประเป่า พร้อมวันใหม่อย่างสดใจ


ก่อนจะนอนหากคุณกล่าวคำว่าขอบคุณจนกระทั่งหลับ มันจะเป็นการฝึกสติให้อยู่กับปัจจุบัน ก่อนนอนฉันมีอาการปวดที่ขามาก ก่อนนอนทรมานมาก แต่พอฉันกล่าวคำว่าขอบคุณเท่านั้นเอง อาการเจ็บปวดหายไปได้อย่างอัศจรรย์ ฉันไม่คาดคิดว่า คำว่าขอบคุณธรรมดาที่ใครเขาพูดกันจะทำให้ฉันได้สัมผัสกับพลังงานอีกรูปแบบหนึ่งที่มองไม่เห็น คืนนั้นทั้งคืนฉันจะนอนหลับสนิท และตื่นตอนเช้าได้อย่างสดใส เหมือนกับคนที่นอนเต็มอิ่ม จะว่าไปก็เหมือนเป็นยานอนหลับชั้นดี สามีของฉันจะถามฉันว่าทำไมนอนหลับง่ายๆ ฉันก็บอกเขาไปแต่ดูเหมือนเขาจะเข้าไม่ถึง และไม่ได้นำไปใช้ บางครั้งเราก็ได้เป็นแค่คนชี้ทางว่าทองมันอยู่ตรงนั้น แต่ถ้าคุณไปอีกทาง ก็หาทองไม่เจอ


 แม้ในยามนอนตอนกลางคืนก็ฝันแต่เรื่องราวที่ดี จะไม่ฝันร้าย หรืออะไรให้เราต้องสะดุ้งกลัว เราจะหลับลึก ได้นอนแบบเต็มอิ่ม


คำว่า ขอบคุณคือการสำนึกรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ คำนี้เป็นพลังทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ตามอย่างไม่สิ้นสุด คำว่า ขอบคุณนี้มีพลังและอานุภาพมากที่สุด จะช่วยในเรื่องเพิ่มกำลังใจ เพิ่มกำลังสติสัมปชัญญะ ยิ่งเราขอบคุณมากเท่าไหร่ เราก็จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีๆ ต่างๆ เพิ่มเข้ามาอย่างไม่มีสิ้นสุด ในหนังสือ เดอะซีเคร็ดประกาศว่า ถ้าจะเลือกความรู้ที่ได้จากหนังสือเล่มนี้  เพียงเรื่องเดียว จงเลือกใช้ ความสำนึกรู้คุณเข้าไปสู่ชีวิตของเรา


อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ คือผู้ปฏิวัตินิยามแห่งเวลา พื้นที่ และแรงโน้มถ่วงที่เราเคยเข้าใจ จากภูมิหลังอันยากจนและจุดเริ่มต้นอันขัดสนของเขาใครเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะประสบความสำเร็จ แต่ไอน์สไตน์รู้ความลับนี้เป็นอย่างดี  เขากล่าวคำว่า  ขอบคุณวันละหลายร้อยครั้ง เขาขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่รุ่งก่อนๆ ทุกคนที่ได้บุกเบิกวิชาความรู้ทำให้เขาได้เรียนรู้และประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในงานของเขา จนได้เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในที่สุดจากหนังสือ เดอะซีเคร็ด


นักวิจัยในญี่ปุ่น รัสเซีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบว่า เมื่อน้ำสัมผัสกับคำพูดและความรู้สึกด้านบวก เช่น ความรักและการสำนึกรู้คุณ ไม่เพียงแต่ระดับพลังงานของน้ำจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่โครงสร้างของน้ำก็จะเปลี่ยนไปด้วย เป็นโครงสร้างที่ลงตัวสมบูรณ์แบบ ความรู้สึกด้านบวกเพิ่มสูงเท่าไร น้ำก็ยิ่งงดงาม ลงตัวสมบูรณ์แบบมากขึ้นเท่านั้น เมื่อน้ำสัมผัสกับอารมณ์ด้านลบ เช่น ความเกลียด ระดับพลังงานของน้ำจะลดลง และเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบสับสนวุ่นวาย เกิดผลที่เป็นด้านลบกับโครงสร้างของน้ำ


ถ้าอารมณ์มนุษย์เปลี่ยนโครงสร้างของน้ำได้ คุณลองนึกภาพว่าสิ่งที่คุณรู้สึกมีผลต่อสุขภาพของคุณดูเถอะ เซลล์ของคุณทำจากน้ำเป็นส่วนใหญ่นะ ใจกลางของทุกๆ เซลล์คือน้ำ และแต่ละเซลล์ก็มีน้ำล้อมอยู่เป็นชั้น


มีการทดลองทางการแพทย์ เมื่อเรากล่าวคำว่า ขอบคุณหรือ เกิดความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ร่างกายของเราจะหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมาอย่างมากมาย ฮอร์โมนตัวนี้คือ เอนเดอร์ฟิน ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง สมองแจ่มใส มีความสุข การสำนึกในบุญคุณจะทำให้รู้สึกบวกโดยอัตโนมัติ


การสำนึกรู้คุณในความอุดมสมบูรณ์ที่ท่านได้รับ  เป็นการรับประกันที่ดีที่สุดว่าท่านจะได้รับความอุดมสมบูรณ์นั้นต่อเนื่องไป (ผู้สถาปนาศาสนาอิสลาม มุฮับมัน 570-632)


ถ้าคุณใช้การสำนึกรู้คุณเพียงเล็กน้อย ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ถ้าคุณใช้การสำนึกรู้คุณมาก ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่เรียกว่าคุณแทบจะคาดไม่ถึงเลย การสำนึกรู้คุณไม่เพียงแต่ทำให้ทุกสิ่งในชีวิตเพิ่มทวีขึ้นเท่านั้น ยังช่วยลบล้างสิ่งที่เป็นแง่ลบไปด้วย ไม่ว่าจะพบสถานการณ์ที่เป็นแง่ลบแบบไหนก็ตาม คุณก็จะพบอะไรบางอย่างที่ให้คุณสำนึกคุณได้เสมอ และเมื่อทำเช่นนั้น คุณก็จะใช้ประโยชน์จากพลังแห่งความรักเพื่อลบล้างสิ่งที่เป็นแง่ลบได้ (รอนดา เบิร์น ผู้แต่ง หนังสือ เดอะพาวเวอร์ ผู้แปล จีระนันท์  พิตรปรีชา, อรดี สุวรรณโกมล )


บางครั้งการจะบรรยายสรรพคุณของคำว่า ขอบคุณหรือ สำนึกรู้คุณค่าของสิ่งต่างๆ ให้ใครๆ ได้เข้าใจนั้นมันไม่ง่ายเลย บางคนฟังครั้งเดียวเข้าใจ บางครั้งฟังหลายครั้งจึงเข้าใจ บางครั้งต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองถึงเข้าใจ แม่แต่การอ่านหนังสือ อ่านจบไปหนึ่งรอบคิดว่าเข้าใจ พอกลับมาอ่านรอบสองกับเข้าใจแตกต่างไปจากครั้งแรกที่ได้อ่าน พออ่านรอบที่สามถึงได้เข้าใจหมด  แต่จะให้ง่ายเพียงแค่คุณนำไปใช้กับตนเอง พระพุทธเจ้าท่านได้กล่าวไว้ว่า ตนนั่นแหละจะรู้ได้ด้วยตนเอง ลองนำตัวเองมาศึกษา มาค้นคว้า มาวิจัย แล้วเราจะรู้ได้ด้วยตนเอง จะเข้าใจได้ด้วยตนเอง  ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน


หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นขอบคุณอะไรดี ฉันได้เขียนบรรยายไว้แล้วให้คุณนำไปใช้กันเป็นยานอนหลับขนานดีเลยทีเดียว แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องพูดทุกวันนึกได้เมื่อไหร่ให้ขอบคุณเมื่อนั้นทำเป็นประจำ ทำเป็นกิจจะลักษณะ หรือ ทำบ่อยเท่าไหร่ยิ่งดี คำขอบคุณนี้จะลบล้างความเป็นลบในตัวเราให้หายไปได้

ฉันได้เขียนความหมายและความสำคัญว่าทำไมคุณจึงต้องขอบคุณสิ่งเหล่านี้ไว้หากคุณยังสงสัยก็ให้คลิ๊กเข้าไปอ่านความหมายความสำคัญและประโยชน์ของข้อความตรงหน้าคุณนี้ การกล่าว คำว่าขอบคุณมันต้องออกมาจากความรู้สึกของคุณอย่างแท้จริง จากภายในจิตใจของคุณอย่างลึกซึ้ง

ฉันได้เขียนความหมายและความสำคัญว่าทำไมคุณจึงต้องขอบคุณสิ่งเหล่านี้ไว้หากคุณยังสงสัยก็ให้คลิ๊กเข้าไปอ่านความหมายความสำคัญและประโยชน์ของบทความ


การกล่าว คำว่าขอบคุณมันต้อง ออกมาจากความรู้สึกของคุณอย่างแท้จริง จากภายในจิตใจของคุณอย่างลึกซึ้ง ถ้าคุณเห็นว่ามันเยอะเกินไป ให้คุณลอง อยู่กับปัจจุบันตรงไหนให้ขอบคุณตรงนั้น


บทความเกี่ยวกับพลังของการขอบคุณ
ขอบคุณพระรัตนตรัย และการสำนึกคุณ
ขอขอบคุณ พระอริสงฆ์ อริยะเจ้า ที่ควรกราบไหว้


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

การเติมรักให้ตัวเอง


กฎแห่งการดูดคุณบอกเราว่า  คิดสิ่งใด สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับคุณ สิ่งลบดึงดูดสิ่งที่เป็นลบ สิ่งที่เป็นบวกดึงดูดสิ่งที่เป็นบวก การเติมรักให้ตนเองเพื่อให้คุณมีจุดมุ่งหมายของชีวิต เพื่อความสุข ความสำนึกรู้คุณ รื่นเริงยินดี แล้วอะไรล่ะที่เป็นความรื่นเริงยินดีที่ยิ่งใหญ่ คือการให้นั้นเอง  ในศาสนาพุทธนั้นคนส่วนใหญ่เน้นการให้ทาน แต่การให้ทานนั้นต้องใช้เงินซื้อมา แต่การให้แบบไม่ต้องเสียเงิน นั้นคือการเติมความรักให้ตนเอง การเติมรักตนเอง หรือ โดยการให้ความรัก ให้ความรู้สึกดี ทุกครั้งที่คุณเลือกด้านบวก ทุกครั้งที่คุณเลือกที่จะรู้สึกดีๆ คุณก็กำลังส่งมอบความรัก และด้วยการส่งมอบความรักนี้ที่คุณทำให้โลกสดใส แล้วทุกสิ่งที่คุณปรารถนา ทุกสิ่งที่คุณใฝ่ฝัน ทุกสิ่งที่คุณรักก็จะติดตามคุณไปทุกหนทุกแห่ง

การที่คุณจะเป็นผู้ให้อย่างเต็มภาคภูมิ ขั้นแรกคุณต้องเรียนรู้ที่จะให้ตนเองก่อน ให้ตัวเองมีความสุขก่อน ถ้าคุณมีแต่ความทุกข์ คุณก็ให้ความทุกข์แก่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว บางคนบอกว่าฉันไม่ได้ให้ความทุกข์ ฉันไม่ได้นำความทุกข์ไปให้ใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขณะที่คุณเป็นทุกข์อยู่ สารแห่งความทุกข์ หรือคลื่นพลังงานที่เป็นลบมันแผ่ขยายออกไปให้กับคนใกล้ชิด กับคนรอบข้าง กับคนในครอบครัว กับคนที่คุณรัก โดยไม่รู้ตัว ผลกระทบจากพลังลบของคุณ ความเป็นลบในตัวคุณมันจะค่อยสะสมไปทีเล็กทีละน้อย จนกลายเป็นความเคยชิน จนกระทั่งกลายมาเป็นนิสัย หรือเป็นสันดานติดตัว เมื่อคุณมีอารมณ์สะสมมากเข้า เมื่อคุณพบว่าลูกทำผิดคุณก็ได้แต่ตำหนิเขา โดยไม่หาสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร เจอสามีก็ครุ่นคิดแต่ว่าเขาจะนอกใจ เลยกลายเป็นการกระทบกระทั่งกัน เล็กๆ น้อย เลยไปจนกระทั่งเลิกรากัน ลูกก็ปมด้อยอีก

เรามาเรียนรู้วิธีเติมรักให้ตนเอง รู้จักตนเอง เข้าใจตนเอง ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มันเป็นความเคยชินของคุณให้เป็นในทางบวก และพร้อมที่จะเติมรักให้ผู้อื่นตลอดเวลา

จงรู้ไว้เถอะว่าตัวคุณนั้นมีค่ามากมายมหาศาล ตัวคุณนั้นมีพลังมากมาย แค่คุณได้เกิดมาก็มีค่ามากมายแล้ว ทั้งต่อพ่อแม่ เพื่อน พี่ น้อง ต่อเหล่าสรรพสิ่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ  เพียงแต่คุณปรับตนเอง ทำความเข้าใจตน ทำความเข้าใจธรรมชาติ รู้จักกฎของธรรมชาติ  แค่คุณให้ความรักกับตนเองจนเต็มปรี่ ความรักที่ล้นออกมาจากตัวคุณมันจะกระจายไปสู่ผู้คนทั่วโลก แค่คุณรู้จักแค่คำว่า “ให้”

ถ้าคุณเต็มอิ่มกับความสุข ความเป็นสุขอยู่ในคลื่นความคิดบวกมันจะมีพลานุภาพมากมายมหาศาล  ที่จะลบล้างความเป็นลบในตัวคุณ ฉะนั้นจงเติมรักให้ตัวเองด้วยการ คิดถึงแต่สิ่งดีๆภายในตัวคุณ และรู้สึกดี คุณจะต้องปรับศูนย์ความคิดใหม่  และเริ่มมองหาสิ่งที่ดีงามในตัวคุณ จงมองหาด้านที่เป็นบวกในตัวเอง แล้วเติมรักให้ตัวเองจนเต็มปรี่ให้มันล้นออกมาสู่ภายนอก จนไปสู่บุคคลทั้งหลายในโลก

 เมื่อนั้นคนเหล่านั้นที่รับจากคุณจะสะท้อนมาหาคุณทั้งหมดในรูปแบบ ประสบการณ์ สภาพแวดล้อม เพื่อให้คุณได้รับความรักล้นจนเต็มปรี่มากๆ ยิ่งขึ้น และคุณก็รับได้แบบไม่จำกัด จนคุณต้องหลั่งน้ำตาออกมาเลยทีเดียว

ไม่ว่าคุณเลือกเติมความรัก  ไม่ว่าคุณจะคิดแบบไหน ไม่มีสิ่งใดผิดหรือถูก เว้นแต่คุณจะตีความหรือให้ความหมายมัน เพราะโลกใบนี้นั้นว่างเปล่าไร้ตัวตน ทุกอย่างเกิดมาจากความคิด และความคิดจะกลายเป็นความจริง

ถ้าคุณยังไม่รู้สึกรักตัวเอง แล้วคุณจะให้ใครมารักคุณ คุณต้องเติมรักให้ตนเองก่อน ก่อนส่งมอบต่อให้ใคร คุณต้องมองเห็นคุณค่าในเอง  รักที่เป็นตัวเอง เพราะคุณนั้นเกิดมาเพื่อมีความสุข

ไม่ว่ารูปร่างหน้าตาคุณจะเป็นอย่างไร  แต่ภายในของคุณนั้นใสสะอาด เท่านี้คุณก็กลายเป็นบุคคลที่มีค่าคู่ควรกับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ    เมื่อคุณรู้สึกแย่กับตัวเอง คุณก็ดึงสิ่งแย่ๆ ทั้งหลายเข้ามาในชีวิต และเรื่องแย่ๆ มันจะประดังกันเข้ามาหาคุณ คิดสิ่งใดจะได้สิ่งนั้นเข้ามาเรื่อยๆ  จงเปลี่ยนความรู้สึก เติมรักให้ตนเอง หันหนีจากสิ่งที่ตนเองไม่รัก

จงรักตัวเอง ไม่ต้องรอให้ใครมารักคุณ จงรักทุกอย่างที่เป็นตัวคุณ  ร่างกายคุณนั้นต่างมีเซลล์รับรู้ได้ผ่านความรู้สึกของคุณ เมื่อภายในใสสะอาด มันจะส่งออกมาภายนอกโลก  ภายนอกก็จะเปลี่ยนไปตามภายในของคุณ สภาพแวดล้อมก็จะเปลี่ยนไป ไปสู่ที่ดีเท่าที่ใจคุณใสสะอาดบริสุทธิ์

ศาสนาพุทธ ใช้วิธีการแผ่เมตตาให้ตนเองหลังจบบทสวดมนต์  คุณควรทำเช่นนั้น ไม่ว่าคุณจะเจออะไรมา ประสบปัญหาอะไรในชีวิต ถอยมาออกมาหนึ่งก้าว แล้วพิจารณาชีวิตว่าเราขาดอะไรไป ทำไมเรานำปัญหานี้มาได้อย่างไร  ปัญหานี้เกิดจากอะไร

การเติมรักให้ตนเอง  คุณต้องฝึกมองตัวเองในกระจก เห็นตัวเองดูดีตลอดเวลา รู้สึกให้ได้ว่าคุณดูหล่อหรือสวยกว่าใคร มองเห็นตาตัวเองเป็นประกาย ยิ้มให้ตัวเองอย่างสวยงามที่สุด เป็นรอยยิ้มที่จะประทับใจใครๆ ทุกคน

ไม่ต้องรอให้คนอื่นมารัก แต่จงรักตัวเอง คนอื่นรักคุณเพราะเขาคาดหวังบางสิ่งบางอย่างที่มีอยู่ในตัวคุณ เขามองเห็นสิ่งดีๆ ในตัวคุณที่เขาไม่มีแล้วมองหา เมื่อเขาพบว่าคุณมีสิ่งนั้นเขาก็รักคุณ แต่เมื่อใดสิ่งมีค่าที่เขาต้องการในตัวคุณหายไป เขาก็จะเลิกรักคุณ เห็นไหมแล้วคุณจะสนใจทำไมว่าจะมีใครรักหรือไม่ มีแต่คุณเท่านั้นที่สามารถรักตัวเองอย่างยั่งยืนและมองเห็นสิ่งดีๆ ของตัวเองได้ชัดเจนที่สุด

ความจริงคุณมีสิ่งดีๆ  ในตัวมากมาย แต่คุณไม่เคยมอง เช่น คุณมีหัวใจที่กตัญญูรู้คุณ คุณสามารถแยกแยะความดีชั่วได้ คุณสามารถสัมผัสรู้ความต้องการภายในของตัวเอง  และที่สำคัญ คุณมีสิ่งพิเศษ ที่ใครๆ ก็ไม่มี นั่นคือ รูปร่างหน้าตา  หัวใจ และจิตวิญญาณ ที่แตกต่างจากคนอื่นชัดเจน หากคุณค้นพบวิธีที่จะนำความแตกต่างนี้ออกไปใช้อย่างมีพลังและไม่เลียนแบบใคร คุณจะประสบความสำเร็จที่ต่างออกไป

จงค้นหาความสุขของตัวเองในรูปแบบที่แตกต่างจากคนอื่นคนเราไม่จำต้องประสบความสำเร็จเหมือนๆ กัน คุณต้องรักตัวเองในสิ่งที่คุณเป็น ภูมิใจตัวตนที่เป็นอยู่  พัฒนาทักษะต่างๆ ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น  และจงอย่าเลียนแบบคนอื่น เพราะคุณคือผลผลิตที่จักรวาลภูมิใจ เนื่องจากพลังที่ก่อกำเนิดสรรพสิ่งตั้งใจให้คุณแตกต่างจากคนอื่น

รู้สึกให้ได้ว่าคุณรักตัวเองมากแค่ไหน แล้วหาคำตอบว่า คุณรักที่จะทำอะไรมากที่สุด ขั้นตอนนี้อย่ามองที่เป้าหมาย ให้มองกระบวนการ อย่ามองที่ผลลัพธ์ว่าคุณทำสิ่งนี้แล้วจะได้เงินเท่าไหร่  หรือจะมีอิสรภาพทางการเงินหรือไม่ แต่ให้ถามว่าอะไรที่คุณทำแล้วมีความสุขมากที่สุด หากว่าสิ่งนั้นสามารถขายคนอื่นได้ นั่นล่ะ คือสิ่งที่คุณควรทำ

คุณต้องให้ตัวเองก่อน ได้อะไรมาคุณต้องมีความสุขกับมันก่อนได้เงินมาคุณต้องฝากบางส่วนเพื่อตัวเองก่อน คุณต้องหาเวลาออกกำลังกาย ให้เวลาตัวเองอยู่คนเดียวเงียบๆ ทำสมาธิ และคุณต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้ตัวเองมีความสุขก่อน แต่ต้องเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายและไม่ทำร้ายผู้อื่น คุณต้องชื่นชมความก้าวหน้าและพัฒนาการด้านต่างๆ ของตนเองทุกวัน.......เมื่อเติมรักให้ตนเองแล้วก็มาเรียนรู้การเลี้ยงลูก  ศึกษาข้อดีของการคิดบวกตลอดเวลา และการหาเพื่อนแท้

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

การให้อภัยศัตรู


การให้อภัยศัตรูของคุณ

การให้อภัยศัตรู จาก ประสบการณ์จากการหลงเชื่อและโดนหลอกให้เอาเงินไปลงทุน ทำให้ฉันเป็นหนี้บัตรเครดิต ฉันรู้สึกโกรธ เกลียด คิดจะเอาคืน ถึงขั้นจะทำลายให้อีกฝ่ายตาย  บ่นตำหนิ ความแค้น  แต่ฉันทำอะไรไม่ได้ เพราะฉันไม่ได้ทำสัญญาใดๆ ไว้เลย  ฉันหลงทางจมกับความทุกข์อยู่นาน ถึงเจ็ดปี ทั้งตกงาน ปัญหาครอบครัวรุ่มเร้า  เมื่อฉันได้เข้าใจความลับบางอย่าง ความลับนั้นคือการเข้าใจโลก  การเข้าใจจิตใจตนเองอย่างแท้จริง  ฉันจึงถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วศึกษาโลก ศึกษาตัวเราเอง  ว่าเรานั้นได้ดึงเอาปัญหาต่างๆ มาได้อย่างไร

ฉันศึกษาตัวเองอยู่นานจนเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไร มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร มีเป้าหมาย มีความฝัน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสิ่งใด จะไปที่ใด  

แล้วคุณละค้นพบหรือยังว่าต้องการอะไร
ทุกสิ่งมีเกิดย่อมมีดับเป็นธรรมดาของโลกพุทธวจานะ
เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี  เมื่อสิ่งนี้ดับสิ่งนี้จึงดับ
เมื่อมีขึ้นย่อมมีลง  เมื่อคุณมีทุกข์ ย่อมมีดีเกิดขึ้นตาม

ในขณะที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับฉัน  ฉันได้ทบทวนว่าฉันดึงเอาปัญหาเหล่านี้มาได้อย่างไร  คำตอบที่ได้ คือ ต้นกำเนิดทุกอย่างมาจากจิต ความอยากของฉันเอง เพราะความขาด ความอยากรวย ความพร่องในตนเอง ความประมาทไม่รอบคอบของตนเอง ที่ทำให้ฉันนั้นดึงเอาปัญหาเหล่านั้นมาหาตนเอง

เพราะความประมาทและไม่รอบคอบของตัวเอง ทำให้ฉันนั้นชักนำคนเหล่านี้มาสู่ตนเอง เหตุที่เกิดล้วนเกิดจากตัวเราเองเป็นคนชักนำให้มันเกิดขึ้น โดยการส่งสิ่งที่เป็นลบออกไปเป็นเวลานาน ความเป็นลบเหล่านั้นย่อมสะท้อนสะสมเป็นประสบการณ์ เป็นส่งแวดล้อมที่เราอยู่ ในรูปแบบที่เราส่งไป  อารมณ์ลบทั้งปวงล้วนก่อให้เกิดเป็นประสบการณ์ด้านลบทั้งสิ้น  ดังนั้นคุณควรระมัดระวังอามรณ์ลบของตัวเอง ถ้าคุณไม่หยุด เหตุการณ์แบบเดิมเรื่องเดิมๆ ที่คุณเคยเจอมา มันจะวนกลับมาให้คุณต้องพบเจออีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า  มันสามารถเกิดแบบนี้ข้ามภพข้ามชาติเลยทีเดียว จนกว่าคุณจะยอมรับมัน เรียนรู้ แก้ไข และยกจิตใจตนเองให้สูงขึ้นจากเดิม นั้นคือการให้อภัยตนเองและผู้อื่น

เมื่อฉันได้เข้าใจความลับของจิตใจตัวเอง ฉันจึงหยุด ดูปัญหา และทำความเข้าใจตัวเอง ทำความเข้าใจโลก ย้อนกลับไปจุดเดิม หยุดเพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาอีก ฉันเลือกที่จะหยุดศึกษาจิตใจตนเอง

ทันทีที่เราคิดร้าย รู้สึกไม่ดี คิดพยาบาท ปองร้าย คิดเพ่งโทษ คิดเป็นโทษ พูดทำลาย คลื่นความสั่นสะเทือนในตัวเราจะสอดคล้องดึงดูดกระแสพลังเหตุการณ์และผู้คนแห่งความชั่วร้ายในโลกเข้ามาสู่ชีวิตเรา

เราอยากให้ชีวิตเราเป็นอย่างไร  เราพูดแบบนั้น พูดถึงคนอื่นแบบนั้น
สิ่งที่ออกจากปากเราแต่ละขณะ  แต่ละวันสร้างชีวิตเรา
ต้นกำเนิดของปัญหาทั้งหมดทั้งมวลมาจากจิตเรา เปลี่ยนแปลงขึ้นลง ดี หรือ ร้าย ตามการเปลี่ยนของจิตเรา อำนาจอยู่ในตัวเรา ที่จะเปลี่ยนแปลงให้ไปอยู่ทางไหน
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายนอก ล้วนเกิดมาจากสิ่งที่อยู่ภายในจิตเรา
ทุกอย่างที่ปรากฏขึ้นในชีวิตเรา  ล้วนมีจุดเริ่มต้นอยู่ในจิตเราทั้งนั้น
ทุกอย่างภายนอกเป็นภาพสะท้อน เป็นการแสดงความจริงที่อยู่ภายในจิตของเราเอง

ทุกอย่างที่ปรากฏในแต่ละขณะของชีวิต แม้จะไม่ใช่ผลสรุปของทุกสิ่งที่เราเป็นภายใน  แต่ก็เป็นภาพสะท้อนที่จำเป็นต่อการพัฒนาของเราในเวลานั้น

เราเปลี่ยนสถานการณ์ภายนอกโดยตรงไม่ได้  แต่เราเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในจิตเราได้ สิ่งต่างๆ ภายนอกเปลี่ยนแปลงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงภายใน

เอาชนะความเกลียด ด้วยการให้อภัย
เอาชนะความแค้น  ด้วยการให้อภัย
เอาชนะความโกรธ ด้วยการให้อภัย
เอาชนะใจตนเอง ด้วยการให้อภัยตนเอง

สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ  การให้อภัยตนเอง  ได้เริ่มต้นใหม่ ให้อภัยต่อความผิดพลาดตนเองได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น และจะไม่ทำมันซ้ำอีก ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่มันจะสายต่อเมื่อคุณได้ตายไปแล้ว 

อย่างที่สองส่งมอบความรักให้ผู้ที่กระทำต่อคุณ ด้วยความรู้สึกดี ด้วยการให้อภัยเขา ให้พรแก่เขา

การที่มีอคติ มีความแค้นที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก กลับจะเป็นผลเสียต่อชีวิตในอนาคต การให้อภัยจะสามารถปลดล็อกเหตุการณ์บางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกัน การให้อภัยไม่ใช่เป็นการช่วยคนอื่นที่ทำให้คุณเจ็บปวด แต่การให้อภัยคนอื่นคือการช่วยตัวคุณเอง เพื่อไม่ให้คุณกลับไปทำซ้ำรอบเดิม เพื่อให้คุณได้เรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไข ยกจิตใจตัวเองให้สูงขึ้น

บางครั้ง เรื่องที่คับแค้นใจบางอย่างก็ถูกฝังอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก จิตสำนึกจึงไม่อาจจะระลึกขึ้นมาให้อภัย ได้ ทำให้กรรมนั้นยังคงฝังอยู่ในจิต รอสนองเมื่อเหตุและปัจจัยเหมาะสมในอนาคต หรือแม้แต่ปัจจุบันก็อาจจะรับกรรมนั้นอยู่ แต่คิดไม่ถึงว่าเกิดจากการไม่อภัยในเรื่องใด วิธีที่จะล้างกรรมนี้ได้ก็คือ  การแผ่เมตตาการแผ่เมตตาเป็นการให้อภัยที่ลงลึกไปถึงสิ่งที่ยังคับแค้นอยู่ในจิตใต้สำนึก ซึ่งแต่ละคนมีฝังอยู่เต็มไปหมด

บางครั้งการให้อภัยศัตรู หรือ การให้อภัยใครสักคนนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้อยาก บางครั้งอาจใช้เวลาเป็น วัน เดือน ปี กว่าที่ใจจะยอมรับ กว่าที่ใจจะหายเจ็บ ภาพเก่าๆ ที่ถูกกระทำมันมักจะโผล่มาหาคุณบ่อยๆ จนต้องอดคิดถึงไม่ได้ และทำให้คุณเสียเวลาไปคิดถึงอยู่นานสองนาน ซึ่งมันจะทำให้คุณเสียเวลาเปล่า เสียพลังที่ต้องมานั่งคิดถึง วิธีที่จะช่วยคุณได้นั้นมีหลากหลายวิธี  ยกตัวอย่างคำพูดเหล่านี้จะช่วยคุณเตือนสติของคุณให้กลับมาที่ปัจจุบัน และเริ่มปล่อยวาง และการให้อภัยอีก

อารมณ์ลบทั้งปวงเมื่อคุณส่งมันต่อให้ใคร แล้วใครคนนั้นส่งต่อไปอีก อารมณ์ลบทั้งปวงมันจะสะท้อนมาคุณเป็นร้อยเท่าพันทวี เช่นเดียวกับ ความรู้สึกดี ความสุข ความรัก อารมณ์บวกทั้งปวง เมื่อคุณส่งให้ใคร แล้วใครคนนั้นส่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด อารมณ์บวกทั้งหลายทั้งปวงมันจะกลับหาคุณเป็นร้อยเท่าพันทวี จนคุณรับแทบไม่ไหว แต่การรับสิ่งดีนั้นไม่จำกัด

จงหมั่นตรวจสอบความคิดตลอดเวลา หากมันเกิดขึ้นบ่อยให้มีสติระลึกรู้มองดูมันดับไป

ทุกครั้งที่คุณรู้สึกโกรธเหตุการณ์ใด หรือขุนเคือง หรืออารมณ์ด้านลบทั้งหลายเกิดขึ้น จงส่งมอบความรัก ให้อภัย   ให้พรแก่เขา ขอให้คุณจงมีแต่ความสุข ให้ระลึกรู้ในสิ่งที่คุณทำ ให้คุณได้มีโอกาสเรียนรู้ ได้รับสิ่งที่ชีวิตคุณต้องการ เป็นผลดีกับชีวิตคุณจริงๆ”  เพราะคุณให้สิ่งใดผู้อื่นสิ่งนั้นย่อมกลับมาหาคุณ ใจคุณจะปล่อยมันไปทันที

จงสูดลมหายใจเข้าออกยาว สองถึงสามครั้ง เอามือมาทาบที่หน้าอกฟังเสียงหัวใจเต้น รู้สัมผัสอาการความโกรธ เกลียด ชิงชัง แค้น เพ่งโทษ อาการร้อนๆ วูบๆ วาบๆ แล้วรวมศูนย์ความคิดไปจิตใจ ให้ใจสงบ แล้วส่งมอบความรักแก่เขา แผ่ความรักออกไปกว้างๆ

จงขอบคุณศัตรูของคุณที่ทำให้คุณมายื่นอยู่ตรงนี้ ให้คุณได้เติบโต ยกจิตใจให้สูงขึ้น แข่งแรงด้านจิตใจ เป็นประสบการณ์ ให้ชีวิตได้เรียนรู้ และไม่กลับไปทำซ้ำอีก

จงชื่นชมสรรเสริญและให้พรจะช่วยสลายสิ่งที่เป็นลบต่างๆ ไป

จงยกย่องและให้พรศัตรูของคุณ ถ้าคุณสาปแช่งศัตรูของคุณ คำสาปแช่งนั้นแหละคือของคุณ มันจะสะท้อนมาทำร้ายคุณ  ถ้าคุณเอ่ยชมหรืออวยพรให้พรแก่เขา คุณก็จะละลายความเป็นปฏิปักษ์และด้านลบทั้งปวงให้มลายหายไป แล้วคำอวยพรที่คุณเปล่งวาจาออกไปมันจะสะท้อนมาหาคุณ ขณะที่คุณเอ่ยสรรเสริญเจริญพรนั้น  คุณจะรู้สึกว่าตัวเองย้ายคลื่นไปอยู่ในความถี่ใหม่ ที่มีปฏิกิริยาสนองกลับของความรู้สึกดีๆ คลื่นความถี่นั้นก็จะสะท้อนกลับมาหาคุณเป็นร้อยเท่าพันทวี

ชีวิตเรา ตัวเรา ทุกอย่างที่เราพูด เข้าหูเราเอง เพราะเรารู้อยู่คนเดียว เพราะอีกคนไม่ได้ยินเสียงที่คุณพร่ำบ่นเลย  มีเพียงคุณเท่านั้นและคนในครอบครัวคุณเท่านั้นที่รับมันไว้เต็มๆ  ให้สิ่งใดผู้อื่นย่อมได้สิ่งนั้นกลับ

ศัตรูของคุณ รวมทั้งคุณคือพลังงานไม่ควรจะโกรธพลังงาน มันจะสะท้อนสิ่งที่เราส่งไป ให้ใจเป็นผู้ดู ผู้รู้ ปล่อยว่าง จากความคิดนั้น

จงรู้ไว้เถิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนว่างเปล่าไร้ตัวตน ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

จงรู้ไว้เถิดว่าทุกอย่างตั้งอยู่ดับไป อีกไม่นานเขาก็ต้องตาย และคุณก็ต้องตายจากไป

จงให้อภัยในความไม่รู้ของเขา  บางครั้งเขาทำไปอาจไม่ได้ตั้งใจ ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะบางครั้งสถานการณ์พาไป สภาพแวดล้อมบีบคั้นให้เป็นเช่นนั้น

จงระลึกรู้ไว้เถิดว่า ในทางศาสนาพุทธแล้ว สิ่งที่คุณได้รับอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือ เรื่องดี ล้วนมาจากการกระทำของตนเองในอดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ  บางทีคุณอาจไปทำอะไรใครไว้ในอดีตชาติในแบบเดียวกันกับที่คุณกำลังได้รับอยู่ตอนนี้ 

จงระลึกรู้ไว้เถิดว่า กฎของธรรมชาตินั้นยุติธรรมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างเสมอ การที่คุณได้รับแบบนี้มันก็สมควรแก่เหตุอยู่แล้ว ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาลอยๆ หรือ ไม่มีเหตุบังเอิญใด  มีแต่เหตุนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด

หากคุณเป็นคนที่ระลึกรู้จิตใจของแต่ละคนได้คุณจะรู้ได้เลยว่าเบื้องหลังชีวิตแต่ละคนนั้น ต่างก็มีเรื่องที่เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น เมื่อคุณรู้ว่าเขาทุกข์คุณจะอภัยให้เขาได้อย่างง่ายดาย เพราะทุกชีวิตเกิดมาเพื่อเรียนรู้ความเป็นไปของชีวิต

ในช่วงเวลาที่ใจเราปวด ทุกข์ เครียด กระวนกระวาย ไม่มีความสุข เป็นสัญญาณเตือนให้เราเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนความรู้สึก ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์แบบนี้ที่คุณคิดซ้ำๆ ทุกวันมันจะเริ่มนับถอยหลัง สาม  สอง  หนึ่ง  บอกว่าให้เปลี่ยนความคิดซะ ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้วนะ

จงรู้ไว้ว่าทุกเหตุการณ์ไม่ดีหรือร้ายในตัวมันเอง เว้นแต่เราจะให้ความหมายมัน โลกนี้เกิดจากความว่างเปล่า

จงรู้ไว้ว่าจะมีผู้ฝึกอารมณ์ ของเรา จะมายั่วยุให้คุณโกรธ มาในรูปแบบยุงกัดทำให้คุณรำคาญใจ สามีบ่น ภรรยาบ่น ลูกเกเร ไม่ได้ดังใจ เพื่อให้คุณเลือกระหว่างการมอบความรัก กับไม่มอบความรัก คุณจงระมัดระวัง และจงเลือกที่จะให้ความรักทุกครั้งเมื่อคุณเจอเหตุการณ์ใดก็ตามไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง จงให้ความรัก ให้ความรู้สึกดี เพราะยิ่งให้ก็ยิ่งได้

ฝึกครั้งแรกๆอาจจะทำไปด้วยความรู้สึกฝืนทำ แต่เมื่อคุณทำบ่อยๆ มันจะเป็นอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น คุณจะระลึกได้ทัน และสามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ทันการณ์ ก่อนที่อารมณ์ลบมันจะขยายใหญ่โตให้คุณกระทำบางสิ่งไม่ดีลงไป

เรามองเห็นคนอื่น เห็นโลก จากสิ่งที่เราเป็น คุณสมบัติความดีงามที่เราชื่นชมในคนอื่น เพราเรามีสิ่งนั้นอยู่ในตัวเรา เราเห็นโลกจากจุดที่เรายืน

เราตำหนิติเตียนผู้อื่น คุณสมบัติเหล่านั้นคือตัวคุณ มันแสดงออกว่าตัวคุณเป็นเช่นไร

เรารู้สึกไม่ดี คิดไม่ดี ก็สร้างโลกที่ไม่ดีตอกย้ำลึกลงในจิตวิญญาณของเรา หน้าที่ของเราคือ อะไรปรากฏขึ้นตรงหน้า มีสติรู้ทัน  เลือกความคิดคำพูด การกระทำ ที่เกื้อกูลให้สถานการณ์ ผู้คนแวดล้อม และตัวเราได้รับประโยชน์ มีชีวิตที่ดี มีความสุขมากขึ้น

พระองค์คุลีมารที่หลงเชื่ออาจารย์ของตนเองหลอกให้ไปฆ่าคน จนได้มาเจอพระพุทธเจ้า พระองค์คุลีมารก็คิดหมายจะเอาชีวิต วิ่งไล่ตามไม่ทัน จนพระองค์คุลีมารบอกให้พระพุทธเจ้าหยุด พระพุทธเจ้ากล่าวว่า เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด เท่านั้นแหละดวงตาเห็นธรรมก็เกิดขึ้น   พระองค์คุลีมาร ก็ละและปล่อยวางทุกอย่างออกบวชจนบรรลุเป็นอรหันต์  แต่ถึงกระนั้นท่านก็ได้รับกรรมของตนเองจากการฆ่าคนตาย จากการที่ชาวขว้างไม้อะไรมา  ก็มาโดนหัวท่านแตก ไปบิณฑบาตกลับมาก็มีเลือกไหลออกมา

ให้อภัยผู้อื่นที่กระทำต่อเรา ดีกว่าเราไปกระทำผู้อื่น ตามกฎแห่งแรงดึงดูดเมื่อคุณส่งมอบสิ่งใดให้ผู้อื่น สิ่งนั้นจะย้อนเข้าหาตนเอง เมื่อคุณส่งความโกรธให้ผู้อื่น ผลสะท้อนของความโกรธจะกลับมา ในรูปแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้คุณโกรธมากยิ่งขึ้น จงให้อภัยตัวเอง  ปล่อยว่างจากความไม่เที่ยงแท้ของอารมณ์ทั้งหลายที่มากระทบเรา ให้เรามีสติระลึกรู้อยู่เสมอ ให้เรารู้ให้ทันไวๆ

แต่ท่านยังไม่หยุด บอกให้กับพระองค์คุติลีมารมอบความรักให้ตนเองให้เต็มปรี่ให้มันล้นออกมาเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น  และศัตรูของคุณ แล้วคุณจะเข้าใจคนอื่นที่มากระทำกับคุณ

มีตำนานเล่าว่า เพื่อนสองคนนี้รักกันมาก  เพื่อนคนชื่อ แดง อีกคนชื่อดำ พอดำเดือนร้อน  ดำมาขอยืมเงินแดงก็ยืมเพราะเห็นเป็นเพื่อนรักกัน แต่พอแดงมีปัญหา ต้องการเงินคืนแดงจึงไปขอเงินคืน  แต่ดำกลับหลบหน้า เพราะไม่มีเงินให้ จนเกิดเป็นเรื่องปาดหมางใจกัน  แดงก็ไม่รู้จะทำยังไง จนไปพบพระองค์หนึ่ง  ท่านบอกให้แดง อวยพรกับเขา แดงจึงปฏิบัติตาม  ผลของการอวยพร นั้น ทำให้ดำนั้นร่ำรวยขึ้น แล้วได้นำเงินนั้นใช้คืนแดง

ในทางศาสนาพุทธให้เราแผ่เมตรตาให้ตัวเองเป็นอันดับแรกเพื่อให้จิตใจเราเย็นขึ้น แล้วต่อด้วยการแผ่เมตตาให้ผู้อื่น นอกจากผู้อื่นที่เราแผ่เมตรตาจะเป็นสุขแล้วใจเราก็เป็นสุขอีกด้วย....ทุกข์ทั้งหลายนี้ใครทำให้...ไม่มีใครทำให้นอกจากตัวเราเอง....เมื่อรู้วิธีการให้อภัยศัตรูแล้ว ก็มา เช็คว่าคุณให้อภัยหรือยัง.....

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

10 เคล็ดลับทำให้แฟนรัก

3 เคล็ดลับทำให้แฟนรัก


การรักกันมันง่าย  แต่จะทำอย่างไรให้รักของเรายืนยาวอันนี้ไม่ง่ายเลย...
1.หมอบกราบเท้าแฟนของตนเอง
ตั้งแต่ในอดีตกาล ต่างใช้วิธีนี้ต่อกัน เพื่อเป็นการนอบน้อมต่อกัน ผู้หญิงที่มีกริยาอ่อนน้อมถ่อมตนเกิดชาติใหม่จะเป็นคนที่สวยงาม  แต่ถ้าคุณไม่กล้าทำ ฉันขอแนะนำคือ ตอนก่อนนอนให้กราบหมอนโดยคิดว่าได้กราบเขา การที่เรากราบแบบใช้จินตนาการ สารที่ส่งออกไปจากใจเรานั้นจะไปกระทบได้ที่ใจเขาแบบไม่รู้ตัว แล้วจะทำให้ความสัมพันธภาพของคุณและเขาดีขึ้น ไม่เชื่อลองทำดูนะค่ะ ทำทุกวันอย่าหยุด

2. การใช้พลังคิดบวกช่วย อย่างเช่น พูดว่า แฟนฉันรักฉันมากๆ  แฟนฉันรักฉันหลงฉัน แล้วจิตนาการให้เห็นภาพว่าเขากอดเรารักเรา ให้ของขวัญเรา หรืออะไรก็ได้ ที่เป็นในทางบวก เมื่อเราพล่ำบ่นแบบนี้ทุกวันๆ  พลังของความคิด พลังของจินตนาการจะส่งสาร หรือพลังงานจากตัวคุณจะส่งไปหาเขาโดยอัตโนมัติ ลองสังเกตพฤติกรรมเขาดูนะค่ะว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ไม่ใช่ว่าทำวันเดียวเขาจะเปลี่ยนไปนะ อันนี้ต้องอาศัยการทำบ่อยๆ  ไม่ใช่ว่าทำวันเดียว แล้วหยุด แล้วมาทำใหม่ อย่างนี้ทำกี่ชาติก็ไม่ได้ผล   เมื่อเราทำไปเลื่อยให้ลองสังเกตว่าเขาเปลี่ยนแปลงจริงๆ หรือเปล่า ....

3.เปลี่ยนพฤติกรรมที่คิดลบออกจากสมองของคุณไปให้หมด ให้ความคิดบวกเข้ามาแทน หากบางครั้งยังคิดลบอยู่ให้คิดฝืนคิดบวกให้ได้ วิธีการก็คือ  หายใจเข้า หายใจออกลึกๆ เมื่อความคิดลบมันแทรกเข้ามาในสมองของคุณ.....อย่างเช่นความคิดลบที่ต้องเปลี่ยน  
ทำไมกลับบ้านช้า                  เปลี่ยน    เขากลับบ้านเร็วทุกวันเลย
ทำไมเขาไม่บอกรักเรา                          เปลี่ยน    เขาบอกรักเราทุกวันเลย
เขาต้องแอบไปมีแฟนใหม่   เปลี่ยน    เขาเป็นคนที่ซื่อสัตว์กับฉัน

ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามที่คุณคิดในทันทีแต่ เมื่อคุณคิดแบบนี้จะมีสารส่งถึงเขาให้เขามีจิตสำนึกดีเขาจะระลึกถึงคุณเสมอเมื่อเวลาเขาจะทำผิด เขาจะกลับคิดได้ และจะฝึกให้คุณเป็นคนคิดบวกเสมอ  การที่เรามัวแต่พูดจากระทบกระแทกใส่กัน...จะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายเบื่อหน่าย....ทำให้ทุกวันจงเป็นวันที่แสนดี....สวยงาม....

5.ทำดีต่อกันในทุกๆ โอกาส แล้วชีวิตคุณจะราบรื่น.....

6. พูดให้น้อยลง  ฟังให้มากขึ้น ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการคนดูแล และเอาใจใส่  อย่าให้เขาดูแลแต่เราฝ่ายเดียว  เราต้องดูแล  และเป็นผู้ให้อยู่เสมอ....เช่น  ให้ความรัก  ให้ของขวัญ ทำอะไรก็ได้ให้เขามีความสุข บีบนวด.....

7. หันหน้าเข้าวัดบ้าง.....การเรียนรู้ธรรมะ...จะทำให้คุณเข้าใจธรรมชาติคน......แล้วคุณจะนำธรรมะมาแก้ไขปัญหา ทำให้รักของคุณยืนยาว

8. ฝึกเป็นคนที่มีความอดทนอกกลั้น  ต่อการยั่วยุ ของแฟนคุณ....แล้วชีวิตคุณจะราบรื่น

9.ฝึกพูดจาให้อ่อนหวาน พูดอะไรก็ให้ถนอมน้ำใจกัน

10. ยึดถือศีล 5 ไว้  ไม่ว่าเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นคนที่สบายกับทุกเรื่อง

บทความเพิ่มเติม
สิ่งที่ทำให้โหวงเฮ้งไม่ดี
วิธีทำตัวเองให้มีเสน่ห์
วิธีมองพระในแง่ดี
 
 




วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

เพื่อนแท้ เป็นอย่างไร

เพื่อนแท้ เป็นอย่างไร

เมื่อคุณเห็นเพื่อนรู้สึกไม่ดี เพื่อนแท้ที่ดีจะต้องทำ คือ นึกจินตนาการว่าเพื่อนร่าเริง สดใส เพราะคุณได้ส่งคลื่นความรู้สึกดีไปให้เพื่อนล่วงหน้า แล้วหลังจากนั้น เพื่อนแท้อย่างคุณควรไปพูดคุยปลอบโยน และให้คำแนะนำที่ดี ถามถึงปัญหาของเขา และให้คำแนะนำเท่าที่จะทำได้  เมื่อคุณมีคลื่นความถี่ที่ดี เพื่อนของคุณจะรับรู้ผ่านทางความรู้สึกดี เมื่อคุณให้ความรู้สึกดี เพื่อนของคุณก็จะรู้สึกดีขึ้นโดยอัตโนมัติเพราะว่าได้ย้ายมาอยู่คลื่นความรู้สึกดีที่คุณส่งออกไป

ทุกๆ  สิ่งมีคลื่นความถี่ ทุกๆ สิ่งเลย ทุกๆคำพูดมีคลื่นความถี่ ทุกๆ เสียง ทุกๆ สี ต้นไม้ทุกต้น  และไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม ก็จะนำทุกๆ สิ่งซึ่งอยู่ในคลื่นความถี่เดียวกันกับคุณเข้ามาหาสู่คุณ

แต่ละสิ่งที่อยู่รอบตัวในแต่ละวันกำลังพูดกับเรา ให้ทั้งสาร ให้ความรู้ และการตอบกลับอยู่ตลอดเวลา ถ้าสังเกตว่าผู้คนรอบๆ ไม่มีความสุข หรือไม่ยิ้มแย้มมากเท่าที่ควรจะเป็น คุณก็ควรส่งมอบความรักให้พวกเขา เพราะนี้เป็นสิ่งที่คุณทำให้โดยการให้ความรักเพราะมันไม่ได้เสียเงินซื้อมา แค่ให้คุณก็จะได้รับกลับมาอย่างท่วมท้น 


ความคิดที่เป็นบวกย่อมก่อเกิดสิ่งที่ดีๆ ตามมาเสมอ จงมองทุกสถานการณ์ให้เป็นบวกเสมอ ช่วยเหลือแนะนำ  นี่แหละคือการเป็นเพื่อนแท้ .......มาเรียนรู้การเติมรักให้ตนเอง และการขอขมาพ่อแม่ ด้วย

เอาชนะความเกลียดด้วยความเกลียดไม่ได้ พึงเอาชนะความเกลียดด้วยความรัก นี่คือบทบัญญัติอันนิรันดร์”(พระโคตมพระพุทธเจ้า  ผู้สถาปนาพุทธศาสนา)
 

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

การให้อภัยตนเอง

รู้จักการให้อภัยตนเอง
การให้อภัยตัวเอง
 ไม่ว่าคุณจะทำผิดอะไรมามากมาย  หรือทำความผิดจนล้นฟ้า  ทุกอย่างแก้ไขได้ไหม่เสมอ นั้นคือการให้อภัยตนเอง ยอมรับสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต แล้วเริ่มต้นใหม่ ให้อภัยตนเองในสิ่งผิด ให้ตนเองได้เริ่มต้นแก้ไข ยอมรับผิดทุกประการ แล้วก็ให้อภัยตนเอง


บางครั้งสิ่งผิดพลาดในอดีตมันยังตามหลอกหลอนตนเองอยู่เสมอ คุณจงวาง หรือ ขว้างมันทิ้งไปซะ มันเป็นอดีตไปแล้ว ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีก ให้คุณทำใจยอมรับมัน และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปทำซ้ำรอยเดิม แค่นี้ก็เป็นการให้อภัยตนเอง ได้เริ่มต้นใหม่
การกระทำอะไรที่เราได้ทำไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งที่ต้องแก้ไขคือ การแก้ไขตัวตนของคุณในปัจจุบัน ให้ดีขึ้นปรับปรุงแปลี่ยนแปลงแก้ไขภายในจิตใจของคุณให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์  กรรมหรือการกระทำที่ทำไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ แก้ไขได้โดยการกระทำกรรมปัจจุบันของคุณให้ดีขึ้น

เพราะถ้าคุณทำกรรมปัจจุบันให้ดีขึ้น กรรมหรือการกระทำในอดีตจะไล่ล่าคุณไม่ทัน  หากคุณทำกรรมปัจจุบันให้ดีมากเท่าไหร่กรรม จะไล่ล่าคุณไม่ทันเท่านั้น นอกจากไม่ทันแล้วอาจจะเบาบางลง หรือกลายเป็นอโหสิกรรมไปเลย ดังมีในประวัติของพระองค์คุลีมาร  และ พระโมคคัลลานะ

แม้แต่พระโมคคัลลานะ ท่านได้เคยฆ่ามารดาของตนเอง ท่านยังสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เลย หรือแม้กระทั้ง พระองค์คุลีมาร ท่านได้ทำกรรม หรือ ฆ่าคนตายมากมาย ก็ยัง ได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็นพระอรหัตผลได้เลย

ฉะนั้นให้อภัยตนเอง หากยังนึกถึงกรรม หรือการกระทำในอดีตที่ผ่านมาบ่อย ให้แผ่เมตตาให้ตนเอง “จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด” และ แผ่เมตตาให้ ศัตรูของคุณให้ แผ่เหมือนกัน  แล้วจิตใจคุณจะสงบลง หากมันมาบ่อย ก็ให้กล่าวว่า ”ฉันให้อภัยตนเองได้เริ่มต้นใหม่  จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด”

ทุกครั้งที่คุณนึกถึงความผิดพลาดในอดีต....อดีตมันก็จะกลับมาเล่นงานให้คุณต้องเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า...จงใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้า เข้ามาแก้ไข...ทุกปัญหาย่อมมีทางออก
หากคุณมีความทุกข์จากความรัก ทุกข์จากหลง ครอบครัว หิว  หรือทุกข์จากอะไรก็แล้วแต่เริ่มต้นจากการให้อภัยตนเองก่อน....                    

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

ขอขมาพ่อแม่

การแทนคุณพ่อแม่
การขอขมาพ่อแม่
การขอขมาพ่อแม่ ทำได้ดังนี้คือ เวลาก่อนนอนทุกคืนคุณควรกราบหมอน และให้ระลึกถึงท่านว่าเราได้ก้มลงไปกราบที่ปลายเท้าท่าน และสำนึกในบุญคุณท่าน ทุกคืน สิ่งนี่จะส่งเสริมให้เรานั้นได้ดีในวันข้างหน้า เพราะการขอขมาพ่อแม่ หรือ การสำนึกในบุญคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามานั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความเป็นศิริมงคลในตนเอง และจะส่งผลถึงลูกหลานของเราให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

เวลาที่เรากลับไปบ้าน  ก็ควรจะจัดหาดอกไม้รูปเทียนแพ ไปขอขมาพ่อแม่ซะ...ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ หากเราทำผิดอะไรไปก็ให้รีบ ไปขอขมาท่านซะ   เพื่อบาปกรรมที่เราทำไว้จะได้ลดลงและ  การให้เงินทองที่เราหามาได้ด้วยความสุจริต เป็นการทำบุญกับพระอรหันต์ในบ้าน พ่อแม่เปรียบได้กับพระอรหันต์ในบ้าน เป็นการแทนคุณที่ท่านเลี้ยงดูเรามา



พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบ และบอกวิธีการตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ไว้ว่า หากเราเลี้ยงดูท่านไว้บนบ่า ให้กิน ให้นอน หรือ อุจาระบนบ่า ก็ยังไม่เทียบเท่ากับการได้เลี้ยงดูหรือการตอบแทนที่สูงสุด

การตอบแทนที่สูงที่สุด คือ การให้ธรรมะเป็นทาน เพราะเป็นการทำความเห็นให้ตรง การทำความเห็นให้ตรง หมายถึง การมีความเชื่อที่ถูกต้องตามความเป็นจริงของชีวิต ในเรื่องของกฎธรรมชาติ  และหากท่านประพฤติผิดอยู่ หากเราให้ธรรมะ ก็เป็นแนวทางให้ท่านกลับมาในทางที่ถูกต้อง นี่แหละที่พระพุทธเจ้าท่านได้กล่าวว่า ทางแห่งการตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ที่สูงที่สุด 

ชีวิตของเรานั้นแสนสั้น ตอนที่มียังมีชีวิตอยู่เป็นเวลาที่เราควรจะรีบตอบแทนท่าน ทดแทนบุญคุณของท่าน ก่อนที่จะไม่มีพ่อและแม่ให้กอด ให้ไหว้ ก่อนที่คุณจะไม่ได้บุญจากการทดแทนบุญพ่อแม่ เพราะบุญจากการเลี้ยงดูพ่อแม่จะทำให้ท่าน พบเจอแต่สิ่งที่ดี และในโอกาสหน้า หากคุณมีลูก ลูกของคุณก็จะเลี้ยงดูคุณ เหมือนที่คุณเลี้ยงดูพ่อแม่  การให้ธรรมะเป็นทาน เป็นการให้ทานที่สูงที่สุดของการให้ทานทั้งหมด....เมื่อขอขมาพ่อแม่  ก็อย่าลืมเติมรักให้โลก และเรียนรู้การเลี้ยงลูก และมาหาเพื่อนแท้กัน
  

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

การเลี้ยงลูก ให้ดีหรือต้องการให้ลูกเป็นอัจฉริยะ กำหนดโดยพ่อแม่


การเลี้ยงลูกระหว่างตัั้งครรภ์
ภาพแม่ลูก
การเลี้ยงลูก ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงลูกให้ฉลาด หรือโง่ ก็กำหนดได้ที่ตัวของคุณ...เมื่อมนุษย์ได้มีการคนพบความลับอันยิ่งใหญ่ว่า “ความคิดมีแรงดึงดูด” คิดสิ่งใดย่อมได้อย่างนั้น ความคิดลบดึงดูดความคิดลบ  ความคิดบวกดึงดูดความคิดบวก ถ้าคิดบวก พลังแห่งบวกในเซลล์คนคิดบวกจะส่งผ่านไปกระตุ้นให้เกิดพลังบวกขึ้นในเซลล์ของคนอื่นๆ รอบข้าง และสะท้อนกลับออกทางทวารหกในที่สุด

ภาพแห่งความสุข
ภาพพ่อแม่ลูก


การเลี้ยงลูก หรือ การที่เด็กคนหนึ่งจะเติมโตขึ้นมามีลักษณะอย่างไร กำหนดได้โดยพ่อและแม่ และคนใกล้ชิดที่เลี้ยงดู ถ้าเขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนไม่ดี บอกได้เลยว่าลักษณะนี้ถูกวางโปรแกรมมาจากพ่อแม่หรือคนใกล้ชิด แต่บางครั้งมนุษย์นั้นย่อมคิดเข้าข้างตนเอง พรรณนาว่าตนเองเป็นคนดีมากมายกายกอง แต่มาพรรณนารำพึงรำพันว่าลูกไม่ดีแบบนั้นแบบนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากตนเอง


เพราะความคิดลบ เวลาทำความผิดจึงมักจะโยนความผิดให้ผู้อื่นเพราะลบในตัวมากพออยู่แล้ว ส่วนคนคิดบวก เมื่อทำผิดจะยอมรับว่าตัวเองผิด เพราะส่วนบวกในตัวเขาดึงดูดส่วนลบที่ผิดพลาดเข้ามา และนำมาวิเคราะห์หาต้นเหตุแห่งความผิดพลาดนั้น คนคิดบวกจึงจะประสบความสำเร็จในที่สุด ส่วนคนคิดลบยากจะประสบความสำเร็จ


คุณคงเคยได้ยินคำว่า ให้เกียรติคนอื่น คนอื่นก็จะให้เกียรติเรา คุณบอกรักโลก โลกก็จะบอกรักคุณ เหมือนกับปลูกมะละกอ ย่อมได้ผลเป็นมะละกอเสมอ ถ้าคุณเข้าใจกฎของธรรมชาติข้อนี้ คุณจะคาดหมายได้ถึงสิ่งที่จะเกิดได้เลยว่าผลมะละกอไม่ได้เป็นผลมะม่วงแน่นอน 















คำที่เรากล่าวซ้ำๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นความคิดลบหรือความคิดบวก เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา สามารถรับรู้ได้ และเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ยังตั้งครรภ์ หากคุณศึกษาวิชาภาษาอังกฤษในขณะที่เราตั้งครรภ์อยู่  เด็กเกิดมาจะสามารถเรียนรู้ภาษาได้ดีกว่าเด็กที่ไม่เคยมีพ่อแม่สอนในระหว่างตั้งครรภ์  ในการเลี้ยงลูก ให้ดีหรือต้องการให้ลูกเป็นอัจฉริยะ  กำหนดโดยพ่อแม่....คุณต้องวางโปรแกรมไว้ในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อการเลี้ยงลูก ของคุณให้ออกมาเป็นเด็กฉลาด....ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ยังตั้งครรภ์....เมื่อเรียนรู้เการเลี้ยงลูกแล้ว ก็มาเรียนรู้การขอขมาพ่อแม่  และ การเติมรักให้โลกด้วย และการเติมรักให้ตนเอง